
เอกชนเร่งเครื่องเศรษฐกิจ
ประชุมเคาะกรอบเสนอกรอ.16ก.ค.นี้แก้ปัญหาส่งออกเอสเอ็มอีท่องเที่ยว
ประชุมเคาะกรอบเสนอกรอ.16ก.ค.นี้แก้ปัญหาส่งออกเอสเอ็มอีท่องเที่ยว
กกร.หารือข้อเสนอด้านเศรษฐกิจ เตรียมยื่น คสช. 16 ก.ค. ท่องเที่ยวยื่นขอมาตรการเยียวยาด้านกระทรวงอุตฯ นัดเอกชนถกใกล้ชิดทุกเดือน
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 14 ก.ค. เป็นการประชุมประจำเดือน ก.ค. มีหลายวาระสำคัญ โดยเฉพาะการหารือเพื่อกำหนดประเด็นและกรอบที่จะนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ในวันที่ 16 ก.ค.
นอกจากนี้ กกร.จะหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและประเมินแนวโน้มของการส่งออก บริโภค และลงทุนในครึ่งปีหลังปี 2557 รวมถึงกรณีสหรัฐลดระดับความน่าเชื่อถือการตอบสนองในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของประเทศไทย ในระดับเทียร์ 3 ว่าได้ส่งผลกระทบต่อภาคการค้าหรือไม่อย่างไร แต่ละหน่วยงานมีการเสนอข้อคิดเห็น หรือแนวทางการแก้ไขปัญหา ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไรบ้างขณเดียวกัน ก็คาดว่า รวมทั้งนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. จะขอหารือกับที่ประชุมเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากหัวหน้า คสช.ได้ยกการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ
นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานฝ่ายการตลาด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การประชุม กรอ.ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ สทท.เตรียมเสนอมาตรการเยียวยาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต่อที่ประชุมอีกครั้งเพื่อนำเสนอต่อ คสช.พิจารณา
ทั้งนี้ แบ่งเป็นมาตรการเร่งด่วน เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าจีน อย่างน้อย 6 เดือน โครงการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ การปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยมาตรการต่างๆที่นำเสนอไปยังไม่ได้รับการพิจารณาจากคสช. แต่อย่างใดแลและมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวระยะกลาง 1 ปี เช่น ผลักดันการสร้างรันเวย์ที่ 3 รองรับการเดินทางชาวต่างชาติมาไทย การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการพิจารณา โดยสทท.เตรียมผลักดันอีกครั้ง เพื่อให้มาตรการต่างๆถูกขับเคลื่อนออกมากระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมความหวังที่ยังสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รัฐต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจังด้วย
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จะเชิญ ส.อ.ท.และผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมประชุมหารือกับกระทรวงทุกเดือน เพื่อสนองนโยบาย คสช.ที่ให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การขับเคลื่อน และกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุต ฯ ขยายตัวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะสลับกันเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งแรกจะจัดที่กระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจการออกใบอนุญาตของกระทรวง เช่น ใบ ร.ง.4 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นต้น
เวลา 16.30 – 18.30 น. สำหรับการประชุมครั้งนี้ จะทำความเข้าใจการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ของกระทรวงอุตฯ เช่น การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) รูปแบบใหม่ ที่ลดขั้นตอนจาก 90 วัน เหลือ 30 วัน รวมถึงการออกใบอนุญาตประทานบัตร อาชญาบัตร และการออกใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลดเวลาลงเหลือ 26 วันจากเดิม 43 วัน
ขณะเดียวกันจะหารือเพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการที่สอดคล้องกับนโยบายของ คสช. คือต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบแก้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ขยะอุตสาหกรรม และการอยู่ร่วมกับชุมชน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน โดยปัจจุบันไทยมีโรงงานทั่วประเทศ 1.3 แสนแห่ง และเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จำนวน 7.5 หมื่นแห่ง
“กระทรวงฯ เห็นว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งฟื้นความเชื่อมั่นในการลงทุนและช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรม” นายวิฑูรย์ กล่าว







