
จนท.เดินหน้าต้อน3ช้างป่าหลงโขลงกลับอ่างฤาไน
เจ้าหน้าที่เดินหน้าต้อน3 ช้างป่ากลับเขาอ่างฤาไน หลังหลงโขลงมาปราจีนบุรี
เจ้าหน้าที่เดินหน้าต้อน3 ช้างป่ากลับเขาอ่างฤาไน หลังหลงโขลงมาปราจีนบุรี
จากกรณีที่มีช้างป่าเพศผู้ รวมจำนวน 3 ตัว ที่หลงโขลงออกมาป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา โดยหลงข้ามฝั่งเลยเข้ามาไกลข้ามจังหวัดติดต่อกัน ถึงบ้านหนองปอ หมู่ 12 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ติดแคมป์คนงานก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่อยู่ห่างไกลกันมากกว่า 100 กม. โดยเข้ามาหากินพืชไร่ มันสำปะหลัง ของชาวบ้านนั้น
เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าต้อนฝูงช้างป่าทั้ง 3 ตัว กลับ โดยใช้เวลาในช่วงกลางคืนเพื่อให้ช้างเดินทางได้สะดวก โดยล่าสุดได้ต้อนมาถึง ป่ามะม่วง - ป่ายูคาลิปตัส ริมถนนสาย 304 (ศรีมหาโพธิ – กบินทร์บุรี) ตรงข้ามโรงงานไมโต้ หมู่ 8 ต.หัวหว้า
นายพิทักษ์ ยิ่งยง หัวหน้าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนที่ 4 เปิดเผยว่า หลังฝนตกในช่วงค่ำวานนี้ พบ รอยโขลงช้างป่าพากันมุ่งหน้าที่บ้านโคกเข็ม รอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรากับ จ.ปราจีนบุรี แต่ไม่พบตัวช้างอื่นฝูงดังกล่าว ซึ่งจะได้ส่งชุดตรวจสอบเข้าไปในหมู่บ้าน
ส่วนระยะเวลาที่ช้างป่า จะเดินกลับถิ่นฐานนั้นยังไม่ยืนยันว่าจะเป็นเวลากี่วันซึ่งช้าง มีความสามารถเดินทางได้ หากไม่มีปัญหาเรื่องอาหารและน้ำ น่าจะทำได้30 กิโลเมตร/วัน โดยจะพยายามให้ช้างป่าทั้ง 3 ตัว เดินขนานไปกับแนวถนนสาย 304
สำหรับสาเหตุที่ช้างฝูงนี้ออกมานอกพื้นที่คาดมาจากสาเหตุ เนื่องจาก 1.เป็นช้างหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงการผสมพันธุ์ อาจจะโดนช้างในโขลง (จ่าฝูง ) ที่มีกำลังมากกว่า หัวหน้าโขลงช้างป่า ผลักดันออกมา 2.เนื่องจากเดิมพื้นที่ของเขาอ่างฤาไนมีทั้งห้าล้านกว่าไร่ ที่เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่ ขณะนี้มีพื้นทีเหลื่อเพียงแค่หนี่งล้านกว่าไร่ และด้วยการเจริญพันธุ์ ถึง 9%ของช้างทั้งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช้างป่าเขตเขาอ่างฤาไน เป็นป่าราบต่ำที่เป็นปกติ ไม่สูงลาดชันเหมือนเขตป่าภูเขา ทำให้การผสมพันธุ์ได้มากกว่าผืนป่าทั่วไปในอุทยานฯอื่น ๆ ทำให้เนื้อที่การอยู่อาศัยและที่หากิน จำกัดน้อยลง แต่กลับมีจำนวนช้างป่าเพิ่มมากขึ้น 3.มีความเป็นไปได้ที่ช้างกลุ่มนี้กำลังออกสำรวจพื้นที่อาศัยใหม่ เพราะเท่าที่เจ้าหน้าที่สังเกตดู ช้างที่มาด้วยกันนี้มีการแสดงการห่วงใยกันตลอดการเดินทางอาจเป็นไปได้ว่ากำลังย้ายถิ่นฐาน







