posttoday
อุโมงค์แห่งใหม่เชื่อมยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน

อุโมงค์แห่งใหม่เชื่อมยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน

13 กรกฎาคม 2557

ปี 2014 อุโมงค์เชื่อมระหว่างเดนมาร์กกับเยอรมนีเป็นเพียงภาพร่างในกระดาษเท่านั้น

ปี 2014 อุโมงค์เชื่อมระหว่างเดนมาร์กกับเยอรมนีเป็นเพียงภาพร่างในกระดาษเท่านั้น ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างถนนและอุโมงค์ในยุโรป ต่างขนานนามให้เป็น “โครงการก่อสร้างอุโมงค์ที่โดดเด่นและสร้างสรรค์ที่สุดในยุโรป” การออกแบบ อุโมงค์เฟมาร์นเบลต์ (Fehmarn Belt Tunnel) แห่งนี้ จะเป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยความร่วมมือระหว่างเดนมาร์กและเยอรมนี

เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 2 หมื่นล้านบาท นักการเมืองมองว่าการสัญจรของประชากร 20 ล้านคนจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และอีก 80 ล้านคนจากเยอรมนีจะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ และมีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น เฉพาะการก่อสร้างเองก็จะมีการจ้างงานถึง 5.5 หมื่นคน/ปี

อุโมงค์แต่ละท่อนหนักเท่าช้าง 1.4 หมื่นเชือก

สิ่งท้าทายที่สุดของโครงการนี้คือความใหญ่โตของอุโมงค์ โดยอุโมงค์เฟมาร์นเบลต์จะมีความยาวมากกว่าอุโมงค์ทรานส์เบย์ทิวบ์ (Transbay Tube Tunnel) ในอ่าวซานฟรานซิสโกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในขณะนี้ถึง 3 เท่า โดยชิ้นส่วนขนาดยักษ์ของอุโมงค์จำนวน 79 จาก 89 ท่อน จะถูกลากลงสู่ก้นทะเลตามแนวร่องที่ขุดเอาไว้ อุโมงค์แต่ละท่อนมีน้ำหนักมากกว่า 7 หมื่นตัน

ดีไซน์แปลกใหม่มาพร้อมชั้นใต้ดิน

นอกจากขนาดที่ใหญ่โตแล้ว อุโมงค์เฟมาร์นเบลต์ยังมีการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะโครงการทั่วไปนั้นผู้รับเหมาจะติดตั้งอุปกรณ์จำพวกหม้อแปลงไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำไว้ในทางเดินแคบๆ ซึ่งอยู่ด้านหลังแนวอุโมงค์ หากมีการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็มีความจำเป็นต้องปิดการจราจรบางส่วนภายในอุโมงค์ แต่อุโมงค์เฟมาร์นเบลต์นั้นมาพร้อมกับชั้นใต้ดิน ซึ่งมีที่ว่างสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เหล่านั้น

ส่วนของอุโมงค์ 10 ส่วน จากทั้งหมด 89 ส่วน ถูกออกแบบมาให้เป็นอุโมงค์ส่วนพิเศษ ซึ่งกว้างกว่าอุโมงค์ช่วงอื่นๆ แต่มีความยาวน้อยกว่า มันถูกสร้างขึ้นมาให้มีห้องใต้ดินเพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเหตุนี้หากช่างไฟฟ้าหรือเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงจำเป็นต้องลงไปจัดการกับอุปกรณ์ต่างๆ พวกเขาก็จะจอดรถไว้ในช่องจอดพิเศษ แล้วเดินลงไปข้างล่างโดยไม่ต้องปิดการจราจรแต่อย่างใด นอกจากนี้ทางเดินฉุกเฉินที่เคยเต็มไปด้วยท่อและสายไฟระโยงระยางยังถูกใช้เป็นเส้นทางอพยพผู้ใช้รถใช้ถนนออกจากอุโมงค์ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

สี่ปีกับการทดลองใต้ดิน

บริษัท เฟมาร์นเอ/เอส และทีมที่ปรึกษาใช้เวลา 4 ปีเต็มในการทดลองขุดเจาะเพื่อศึกษาสภาพพื้นดินใต้ท้องทะเล ซึ่งเป็นความท้าทายหลักของโครงการนี้ พื้นดิน ณ จุดต่ำสุดใต้ทะเลประกอบด้วยหินคล้ายชอล์ก ชั้นหินฝั่งเดนมาร์กถูกปิดทับด้วยกองตะกอนธารน้ำแข็งที่แข็งมาก ในขณะที่ฝั่งเยอรมนีมีเพียงชั้นดินเหนียวนุ่มๆ ปกคลุมอยู่

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญยังใช้เวลาถึง 7 เดือน เพื่อลองขุดลอกพื้นดินใต้ทะเล ดินทราย 5 หมื่นลูกบาศก์เมตรถูกขนย้ายขึ้นมาเพื่อศึกษาการเคลื่อนตัวของพื้นดินหลังจากขุดลึกลงไปเป็นระยะ 10 เมตร ลำดับต่อมาผู้เชี่ยวชาญเติมทรายเข้าไปแทนที่หลุมที่เกิดขึ้น เพื่อจำลองน้ำหนักกดทับบนพื้นดินที่เกิดจากอุโมงค์ ผลการทดลองผ่านไปด้วยดี เพราะพื้นดินขยับตัวเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่รับได้

ปลอดภัยจากการก่อการร้าย

คิม สมีดการ์ด แอนเดอร์เซน ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างอุโมงค์ใต้น้ำเฟมาร์นเบลต์กล่าวยืนยันว่า อุโมงค์แห่งนี้ปลอดภัยยิ่งกว่าทางด่วนปกติ นอกจากนี้ยังถูกออกแบบเป็นเส้นทางสำหรับการขนส่งวัตถุอันตราย อาทิ สารเคมีและน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง จึงได้รับการป้องกันจากการก่อการร้ายไปโดยปริยาย กำแพงหนาทนต่อแรงระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูง นอกจากนี้ยังผสมวัสดุกันไฟลงไปในเนื้อคอนกรีตและติดตั้งระบบตรวจวัดตามจุดต่างๆ ภายในอุโมงค์เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักเดินทางคนอื่นๆ ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้ในปี 2021

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน