posttoday
ปกป้องแหล่งอาหาร 'แม่น้ำโขง'

ปกป้องแหล่งอาหาร 'แม่น้ำโขง'

13 กรกฎาคม 2557

“ปีนี้ได้ปลาน้อย” คำพัน คนหาปลาเมืองโขง ประเทศลาวตอนใต้ใกล้ชายแดนกัมพูชา

“ปีนี้ได้ปลาน้อย” คำพัน คนหาปลาเมืองโขง ประเทศลาวตอนใต้ใกล้ชายแดนกัมพูชา บอกเล่าถึงจำนวนปลาที่เข้ามาติดหลี่ เครื่องมือจับปลาภูมิปัญญาโบราณกลางลำน้ำโขง

“ฝนตกมาก น้ำฝนทำให้น้ำโขงใสปลาก็ขึ้นมาน้อย”

อันที่จริงหลายปีมานี้ คำพันก็รู้อยู่แล้วว่าปลาแม่น้ำโขงนั้นเริ่มลดลง สาเหตุนั้น เขาบอกว่า เพราะมีคนหาปลามากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแค่การทำหลี่ แต่การหาปลาเพื่อส่งขายนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว

คำพันบอกว่า เมื่อก่อนปลาตัวเล็กๆ ก็เอาไว้ทำปลาแดก แต่เดี๋ยวนี้ส่งขายทั้งหมด การค้าปลาของคนเมืองโขงนั้นสะดวกมากขึ้น เพราะแทนที่จะต้องนำปลาไปขายที่นากะสัง ตลาดค้าปลาแหล่งใหญ่ของลาวใต้ ซึ่งจะส่งต่อไปยังเวียงจันทน์และส่งขายต่อไปยังเมืองไทย ปัจจุบันจะมีคนมารับซื้อปลาถึงที่

“ปลาคงแพร่พันธุ์ไม่ทันคนจับ มันถึงได้น้อยลง แต่ก็ยังพออยู่ได้”

การจับปลาด้วยหลี่เป็นภูมิปัญหาโบราณที่ตกทอดกันมา เมื่อฝนเริ่มตก ปลาทางตอนใต้แม่น้ำโขงก็จะว่ายทวนน้ำเพื่อขึ้นไปวางไข่ทางเหนือ แต่สำหรับเมืองโขงนั้นมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษ คือเป็นช่วงที่แม่น้ำโขงแยกออกเป็นหลายสาย เกิดเกาะแก่งมากมาย จนได้ชื่อว่า สีพันดอน หรือ 4,000 เกาะ คนหาปลาจะนำไม้มาสร้างเป็นลำรางบริเวณที่เป็นแก่งหิน ตามความยาวของแม่น้ำ โดยส่วนท้ายยกสูงขึ้น เมื่อปลาว่ายทวนน้ำและกระโดดข้ามแก่งหินเหล่านี้จนหมดแรง ก็จะติดอยู่ในหลี่หรือลำราง ช่วงเวลาต้นฤดูฝน ถือเป็นโอกาสทองของเจ้าของหลี่ที่จะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากปลาจำนวนมากที่มาติดหลี่ จนถึงขั้นต้องนอนเฝ้าหลี่เพื่อนำปลาออก ก่อนที่ปลาจำนวนมากที่มาติด จะทำให้หลี่แตก หรือพังครืนลงมา

รายได้ขั้นต่ำของการทำหลี่ในแต่ละปีประมาณ 45 หมื่นบาท โดยผู้ทำหลี่ต้องจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐบาลลาวในอัตรา 1.53 แสนกีบ หรือประมาณ 6001,200 บาท/ปี แล้วแต่ขนาดของหลี่ โดยหลี่แต่ละจุดถือเป็นมรดกตกทอดสู่ทายาท หรือของหมู่บ้าน และรัฐบาลลาวไม่อนุญาตให้ขยายจุดวางหลี่เพิ่ม

แม่น้ำโขงถือเป็นพื้นที่การทำประมงน้ำจืดที่ใหญ่แห่งหนึ่ง ประชากร 4 ประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่างมีมากกว่า 40 ล้านคน ในจำนวนนี้ 2 ใน 3 มีวิถีชีวิตอยู่กับการทำประมง ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี ระบุว่า ลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง มีผลผลิตทางการประมงจากปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ถึง 4.5 ล้านตัน/ปี มูลค่าทางเศรษฐกิจของการประมงแต่ละปีอยู่ที่ 3.97 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.72.1 แสนล้านบาท/ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างประจักษ์ชัดว่า แม่น้ำโขงนั้นมีความสำคัญอย่างไร

แต่อนาคตแม่น้ำโขงกำลังเปลี่ยนแปลง นอกจากเขื่อนใหญ่กั้นแม่น้ำโขงตอนเหนือในประเทศจีนที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 5 เขื่อน และกำลังมีการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงช่วงแขวงไซยะบุรี ในประเทศลาว ล่าสุด ลาวมีโครงการจะก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ในพื้นที่ตอนล่างแม่น้ำโขงใกล้ชายแดนกัมพูชา ซึ่งทั้งกัมพูชาและเวียดนามได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ล่าสุด ในการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขงครั้งที่ 20 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลลาวยินยอมที่จะเข้าสู่กระบวนการ “ปรึกษาหารือล่วงหน้า” สำหรับโครงการเขื่อนดอนสะโฮง หลังจากรัฐบาลไทย กัมพูชา และเวียดนาม เรียกร้องให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนการก่อสร้าง

แต่อย่างไรก็ตาม อนาคตของแม่น้ำโขงนั้นยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสายหลักเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ปัจจุบันเปิดเผยออกมาแล้วถึง 11 เขื่อน

การพัฒนานั้นจำเป็น พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพัฒนานั้นก็สำคัญ แต่หากมองถึงอนาคตแล้ว แหล่งอาหาร แหล่งอาชีพที่สร้างรายได้เลี้ยงผู้คนหลายสิบล้านคน อาจสำคัญและจำเป็นยิ่งกว่า เราสามารถหาแหล่งพลังงานอื่นๆ ทดแทนการสร้างเขื่อน แม้ต้นทุนอาจสูงขึ้น แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า หากเทียบกับความเสียหายของแม่น้ำโขง แหล่งอาหารและแหล่งอาชีพของผู้คนหลายสิบล้านชีวิต n

หมายเหตุ : ขอขอบคุณโครงการพัฒนาการสื่อสารประเด็นสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่พรมแดน ที่ช่วยประสานการลงพื้นที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท