
ไม่ใช่เพื่อตัวเรา
เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อใคร...เคยถามตัวเองหลายครั้งบางเวลาที่มีสมาธินิ่งๆ
เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อใคร...
เคยถามตัวเองหลายครั้งบางเวลาที่มีสมาธินิ่งๆ
อยู่เพื่อคนรอบข้าง เพื่อพ่อแม่ หรือเพื่อตัวเรา...
ใครบางคนว่า “ผมต้องดูแลคนอีกหลายคน ไม่เฉพาะลูก ภรรยา ยังมีปู่ ย่า ในต่างจังหวัดด้วย”
ใครบางคนว่า “หารสามอยู่เพื่อตัวเราหนึ่งในสาม อีกส่วนพ่อแม่ อีกส่วนครอบครัว”
ใครบางคนว่า “อยู่เพื่อตัวเรานี่แหละ ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง”
หลายคนตัดพ้อ นอกจากไม่ร่ำรวย ไม่มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ โชคชะตาก็ยังไม่มีกับเขา ทำอะไรก็ซวยไปหมด ขายของก็ไม่ขึ้น ทำงานจะดีชั่วแค่ไหน เงินเดือนก็เพิ่มไม่กี่ร้อยบาท กินกาแฟเดือนเดียวก็หมดแล้ว เงินแค่นี้ชักหน้าไม่ถึงหลัง
ชาติที่แล้วไม่รู้เป็นอะไร สงสัยเคยเป็นพ่อค้าที่เวียดนาม ฆ่าสุนัขเอามาทำลูกชิ้น ถึงต้องมาชดใช้กรรมเจ้าตูบ ครั้นจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ทำบุญปีชง ทำบุญ 9 วัดไปหา “อาจารย์อุบล” ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ชีวิตชนชั้นกลางในเมือง มันก็แค่มีเงินได้ซื้อกาแฟเอสเปรสโซ่ระดับกลางๆ กินทุกวัน มีรถที่ซื้อผ่อนส่งให้ขับ มีคอนโดมิเนียม บ้านของตัวเองแบบผ่อนส่งยาวๆ อีกห้อง ส่วนเศษเงินที่เหลือจากเงินเดือนไว้กินอยู่แต่ละวัน
วันหยุดยาวปลายปี สงกรานต์ ดีหน่อยได้กลับบ้านต่างจังหวัด บ้างก็แบกเป้ไปเที่ยวกับเดอะแก๊ง อัพเฟซ รอยอดไลค์หล่อเลี้ยงความสุข
แต่บางทีวันหยุด คือ วันหยุดปลอมๆ เพราะต้องหอบงานกองโตมาทำที่บ้าน ยังดีได้เอกเขนกนอนกอดหมอนข้าง ไม่ต้องระแวงให้หัวหน้ามาคอยว่า
การแข่งขันไม่มีที่สิ้นสุดในสังคมที่สลับซับซ้อน จากเดิมมีโลกความจริงใบเดียวก็วุ่นมากพอ เดี๋ยวนี้มีโลกเสมือนจริงขึ้นมาอีก ครั้นจะเรียนรู้ให้เก่งกาจแค่ไหนอย่างไรก็ไม่พอ ยังต้องมีเส้น และมีโชคถึงจะเติบโตได้
คนวัย 3040 กลางๆ อาจไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง เพราะเป็นช่วงสร้างครอบครัวแต่งงาน มีลูก เร่งปั๊มเงิน หารายได้ทุกอย่างเพื่อวางอนาคตให้กับลูก ที่เหลือเป็นของตัวเอง วัยนี้ยังต้องดูแล “พ่อแม่” ในวัยชราที่โรคต่างๆ เริ่มมาเยือน บางคนพอเริ่มตั้งตัวได้ก็ต้องหมดเงินทันทีกับสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ที่ต้องหาค่าใช้จ่ายมาดูแลพ่อแม่หากต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ
พ่อแม่หลายคนมีสวัสดิการอยู่แล้ว เพราะเป็นข้าราชการเก่า หรือลูกเป็นข้าราชการเบิกได้ก็ช่วยได้มาก ภาระจากค่ารักษานี่เอาตายถึงขั้นต้องเป็นหนี้เป็นสินได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะถ้าเป็นโรคเรื้อรัง เงินเท่านั้นที่จะช่วยต่ออายุซื้อลมหายใจ เงินที่เก็บจึงไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ต้องกันสำรองยามฉุกเฉินเพื่อครอบครัว
ในภาวะค่าครองชีพถีบสูง ทว่าเงินเดือนขยับเท่าเต่าเดิน เมื่อเงินไม่พอจ่าย หนี้ก็เพิ่ม ชีวิตดำเนินไปด้วยความเครียด หาใช่ว่ามือเติบ แต่ที่มีอยู่ก็เพื่อความจำเป็นขั้นพื้นฐาน
กว่าจะปลดล็อกวงจรหนี้แบบเบสิกที่เราๆ ท่านๆ ติดกันอยู่คนละ 12 ล้านไม่บ้านก็รถ ก็รากเลือดแทบขาดใจ
คนทำงานหาเงินเหมือนเครื่องจักร ใครอยากอยู่สบายก็ต้องรับชะตากรรมตัวเอง จะมีก็แต่คำให้กำลังใจพเนจรในเฟซบุ๊ก แต่ตัวเราเองต้องเผชิญกับโลกความแห่งจริง
เขาบอกให้คิดบวก มองบทเรียนจากคนที่ด้อยโอกาสกว่า ถึงจะมีกำลังใจเดินหน้าและเห็นแสงสว่าง แม้ปัจจุบันมีแต่ด้านลบเหมือนอยู่ในกระจกหกด้าน วิ่งออกจากมุมไหนก็ไปเจอ “ความจริง” ที่ตีบตัน
จังหวะคนย่อมมีขึ้นมีขึ้นมีลง วันนี้ไม่ใช่ วันหน้าอาจเป็นของเรา
ห้วงเวลาแห่งการสร้างครอบครัวใหม่ ของคนรุ่นกลางและในวัยที่ต้องดูแลพ่อแม่ในช่วงสุดท้าย ทุกอย่างจึงอยู่บนความไม่แน่นอน และห้ามประมาทเด็ดขาด
ต้องเผื่อใจพร้อมไว้ หากว่าวันใด เผชิญจุดเปลี่ยนของชีวิต
จุดเปลี่ยนบางครั้งทำให้ปวดร้าว หลายคนมีงานการมั่นคง และตัดสินใจลงหลักปักฐานประกอบอาชีพนั้นแล้ว บางคนมีครอบครัวใหม่และก่อร่างสร้างตัวมีลูกน้อย ค่าใช้จ่ายเป็นเงาตามตัว แต่เมื่อพ่อแม่เข้าโรงพยาบาลกะทันหันที่ต่างจังหวัด ก็จำต้องทิ้งฝันเดินทางกลับบ้านสู่ชีวิตสามัญอีกวิถี
รายที่บุพการีมีธุรกิจให้สานต่อก็ไม่ต้องดิ้นรนมาก แต่รายที่ลำบากอยู่แล้วก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่
แน่ล่ะ บางครอบครัวพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด ส่งลูกมาเรียน ทำงานต่อที่กรุงเทพฯ บ้าง หลงใหลในความศิวิไลซ์ เมื่อเกิดปัญหาที่บ้านก็ไม่อยากกลับไป
ทว่า หลายคนตกระกำลำบากในเมืองกรุง สุดท้ายก็กลับไปหาคนๆ นั้น คนเดียวคนแรกและคนสุดท้ายที่ไม่ทิ้งเรา และพร้อมจะอยู่กับเราตลอดไป นั่นก็คือพ่อแม่
จะขัดแย้งทะเลาะพ่อแม่อย่างไร ท่านก็เลี้ยงดูเรามา ไม่มีเขาก็ไม่มีเรา เขาก็เหนื่อย ลำบากที่เลี้ยง ส่งเสียจนเราเติบใหญ่
ลูกหลานที่ไม่ได้กลับไปเลี้ยงดูกระทั่งท่านลาจาก มักร้องไห้เสียใจภายหลัง ทำไมรู้อย่างนี้ไม่มาแต่แรก
การเผื่อใจ รับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน มันอาจทำให้เราจมปลักอยู่ความกังวล แต่นั่นก็ทำให้ไม่ประมาท กระตุกตุ้นเตือนตัวเองตลอด อย่าใช้จ่ายเกินตัว มิฉะนั้นคนข้างๆ อาจลำบากไปด้วย
ความสุขในวัยก่อนหน้าไม่มีกรอบจำกัด อยากทำอะไรได้ตามใจ ไม่ต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลัง ชีวิตเป็นอิสระโบยบิน แต่วัยที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับวุฒิภาวะและภาระที่แท้ของชีวิต ความสุขจึงเปลี่ยนไปหาใช่ชีวิตศิลปินที่มีตัวเราเป็นศูนย์กลางอีกต่อไป แต่เพื่อครอบครัวและคนรอบข้าง
สุขของเราที่สุดก็คือ สุขที่ได้เห็นว่า เขาไม่มีทุกข์ และอยู่อย่างสุขสบาย แค่นั้นก็เกินพอ...







