posttoday
ช้างยังรู้จักเมตตาคน

ช้างยังรู้จักเมตตาคน

13 กรกฎาคม 2557

จิตใจของคนสมัยนี้ตกต่ำอย่างน่าใจหาย!!! บางคนโหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา ส่วนใหญ่พวกที่ทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จิตใจของคนสมัยนี้ตกต่ำอย่างน่าใจหาย!!!

บางคนโหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา ส่วนใหญ่พวกที่ทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นประเภทเสพติดในบาป ไม่เคยสำนึกรู้ในสิ่งที่ทำ คอยหาจังหวะทำชั่วตลอดเมื่อได้โอกาสก็จะลงมือ!!!

เด็กหญิง 13 ปี ถูกฆาตกรรมและข่มขืนบนรถไฟ เป็นเหตุการณ์ที่ยากจะทำใจของคนที่เป็นพ่อแม่และพี่น้อง และความโหดเหี้ยมของฆาตกรก็ทำให้หลายคนเดือดดาลถึงขนาดอยากให้ตัดสินโทษด้วยการประหารชีวิตไปเลย

มิเพียงมนุษย์ใจเหี้ยมทำกับมนุษย์ด้วยกันแต่ยังทำกับสัตว์ด้วย และสัตว์นั้นก็เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทยมาแต่โบราณที่ช่วยรักษาบ้านเมืองไว้ได้มาจนถึงวันนี้

คือมีคนใจชั่วไปวางยาฆ่าช้างเพื่อเอางา และที่ไม่อยากจะเชื่อคือ ไม่ใช่การฆ่าช้างป่าหรือฆ่าในป่าเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นการฆ่าในเขตเมืองกันเลย

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นช้างพลาย อายุ 50 ปี นอนตายในสภาพลิ้นจุกปาก มีสีม่วงคล้ำ งาทั้งสองมีร่องรอยถูกตัดออก ที่งวงมีบาดแผลถูกคมใบเลื่อย ใกล้ๆ พบใบเลื่อยสีดำหักตกอยู่ และมีกล้วยน้ำว้าอยู่ในบริเวณนั้น

คนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องบอกว่าเป็นคนที่ขาด “เมตตากรุณา” อย่างแรง และมีจิตใจที่มากด้วย “ความโลภ” ที่ไม่มีประมาณ แต่เชื่อไหมว่ามีช้างตัวหนึ่งมีโอกาสจะฆ่าคนแต่ช้างไม่ทำเพราะกลัวบาป ใจสูงกว่าคนมาก

เรื่องนี้มีอยู่ในธรรมบท คือ มีคนฆ่าช้างเพื่อเอาเนื้อเอางาไปขาย ว่ากันว่าคนฆ่าช้างนี้คือพระเทวทัตกลับชาติมาเกิด และเรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงนำมาเล่าให้เหล่าภิกษุฟัง

เหตุที่ทรงเล่าสืบเนื่องมาจากมีคนนำผ้าราคาแพงมาถวายพระ แล้วก็ถามกันว่าควรจะถวายผ้าผืนนี้แก่พระรูปใด บางพวกก็ว่าถวายพระสารีบุตร แต่มีผู้แย้งว่า พระเถระมักมาในเวลาข้าวกล้าแก่แล้วไป ควรถวายพระเทวทัตเพราะเห็นตลอดในการมงคลและอวมงคลของชาวบ้าน

มีผู้เสนอหลายรูป แต่คนที่สนับสนุนให้ถวายพระเทวทัตมีมากกว่า ในที่สุดก็จึงถวายพระเทวทัตแต่พอถวายแล้วพระเทวทัตตัดผ้านั้นเย็บ ย้อม นุ่งห่มก็มีคนพูดว่า ผ้านี้ไม่สมควรแก่พระเทวทัต ควรแก่พระสารีบุตร เป็นงั้นไป

เรื่องนี้ไปถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสกับเหล่าภิกษุและแล้วทรงนำเรื่องพรานป่าฆ่าช้างในอดีตกาลมาเล่าให้ฟังนั่นเอง

เรื่องจึงมีอยู่ว่า ในอดีตกาลเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์ในเมืองพาราณสี มีพรานคนหนึ่งใจต่ำช้าล้มช้างตัวแล้วตัวเล่าเพื่อตัดเอางาไปขาย โดยช้างเหล่านั้นเป็นช้างป่าประมาณหนึ่งพันตัวหากินอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งในป่านั้นช้างได้พบพระปัจเจกพุทธะหลายรูปและทุกครั้งที่ช้างเห็นจะหมอบลงด้วยเข่าแล้วจบพระปัจเจกพุทธเจ้า

เรียกว่า ถ้าช้างเห็นผ้าเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ทรงศีล ช้างจะหมอบด้วยเข่าทั้งสองแล้วกระทำการจบเพื่อแสดงความเคารพทันที

แล้ววันหนึ่งพรานมาเห็นช้างเหล่านั้นกำลังหมอบอยู่ก็สงสัยว่า ช้างเห็นอะไรจึงหมอบเข่า พอสำรวจไปรอบๆ ทิศก็เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงเข้าใจว่าช้างคงเห็นผ้าเหลืองจึงทำอย่างนั้น

เมื่อมั่นใจว่าเป็นผ้าเหลืองจึงพยายามไปหาผ้าเหลืองมาใส่บ้าง ก็อาศัยจังหวะที่พระปัจเจกพุทธะรูปหนึ่งวางจีวรไว้ที่ริมฝั่งสระน้ำแล้วลงอาบน้ำลักจีวรไป ทุกวันก็จะถือเอาหอกไปนั่งคลุมโปงอยู่ริมทางที่ช้างเหล่านั้นเดินผ่าน ช้างเห็นเขาก็จบด้วยสำคัญว่าเป็นพระ และพอช้างผ่านไปจนเหลือตัวสุดท้ายพรานก็เอาหอกพุ่งใส่ช้างตัวสุดท้ายจนล้มตัดเอางาไป

จนต่อมา พระโพธิสัตว์ถือปฏิสนธิในกำเนิดช้างและได้เป็นช้างนายโขลง ถึงเวลานั้นนายพรานยังทำอย่างนั้นอยู่ แต่พระโพธิสัตว์ก็สังเกตเห็นว่าบริวารเริ่มบางตา จนมารู้ว่าอันตรายที่เกิดแก่บริวารน่าจะมาจากชายนั่งคลุมผ้าเหลือง และเพื่อจะจับชายคนนั้นจึงส่งช้างทั้งหมดล่วงหน้าไปก่อนส่วนตนอยู่หลังสุด

เมื่อช้างทั้งหลายเดินผ่านไปโดยมีพระโพธิสัตว์เดินท้าย พรานเห็นโอกาสจึงม้วนจีวรพุ่งหอกไป แต่พระโพธิสัตว์ที่มีสติตลอดได้ถอยออกข้างเพื่อหลบหอก จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่พรานหมายจับฟาดลงดินให้ตายแต่ไม่ทำเพราะละอายในบาป

คิดดูว่าช้างที่เป็นสัตว์ยังรู้จักเมตตามนุษย์...แต่มนุษย์ล่ะความเมตตากรุณาอยู่ตรงไหนครับ ทำไมใจเหี้ยมจังฆ่าช้างเอางาด้วยการวางยา ระวังเถอะกรรมจะตามทัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท