
เพื่อนสีน้ำเพื่อชาวนาไทย..
คนส่วนใหญ่ล้วนมีงานอดิเรกกันอย่างน้อยก็คนละอย่างสองอย่างแล้วแต่เวลาและกำลังทรัพย์ที่เอื้ออำนวย
โดย...อนุสรา ทองอุไร
คนส่วนใหญ่ล้วนมีงานอดิเรกกันอย่างน้อยก็คนละอย่างสองอย่างแล้วแต่เวลาและกำลังทรัพย์ที่เอื้ออำนวย เช่นเธอคนนี้
สุภาวดี ตระกูลบุญ ผู้อำนวยการ บริษัท ทรู ทัช จากการไปเรียนวาดรูปสีน้ำเป็นเพื่อนกับลูกสาวเมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา คิดว่าเรียนเพื่อสร้างความสุขใจสร้างสมาธิ มาเรียนเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอลูกเรียนพิเศษ โดยเรียนไปเรื่อยๆ กับอาจารย์คนนั้นบ้างคนนี้บ้างเป็นคอร์สสั้นๆ จนมีรูปเก็บไว้มากกว่า 40 กว่ารูป จนกระทั่งมีเพื่อนฝูงที่ไปเรียนด้วยกันกว่า 20 คน ได้รวมกลุ่มกันตั้งชื่อว่า “Paint and Play” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์ที่อยากจะทำประโยชน์ให้สังคมบ้าง
ไหนๆ เราก็มีรูปสวยๆ เก็บกันไว้เยอะ ควรจะทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมได้บ้าง
“เมื่อต้นปีมีข่าวเรื่องชาวนาฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้เงินค่าจำนำข้าว เราอ่านข่าวแล้วสะท้อนใจ ก็เลยปรึกษากันว่าเราเอารูปที่พวกเรามีก็สวยๆ ใช้ได้นะ รวมๆ กันแล้วก็ได้มาเกือบ 200 รูป มีทั้งสีน้ำ สีอะครีลิก มีรูปวิว รูปดอกไม้ ใครถนัดอะไร ก็ส่งกันมา คัดแต่รูปที่มั่นใจว่าสวยจริงๆ แล้วเราก็ปรึกษาอาจารย์ที่สอน ก็คิดว่าเราจะประมูลภาพวาดสีน้ำของกลุ่มเราผ่านทางเว็บ ฝากบอกเพื่อนฝูงช่วยกระจายข่าวกันไป คิดว่าประมูลให้ได้เงินสัก 5 แสน ก็ดีใจแล้ว เราจะเอาไปช่วยมูลนิธิชาวนาไทย ก็ขึ้นเฟซบุ๊กของพวกเรากระจายข่าวกันล่วงหน้า 2 อาทิตย์ เมื่อต้นเดือน มี.ค. ก็เปิดประมูลทางเว็บ ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เราได้เงินจากการประมูลทั้งสิ้น 1.3 ล้านบาท โอ้โห...ดีใจมาก กำลังใจมาเลย ไม่คิดว่าเราจะทำได้ขนาดนี้ เราก็เอาเงินทั้งหมดแบ่งเป็นกองๆ แล้วไปบริจาคเกี่ยวกับเรื่องชาวนาทั้งสิ้น” เธอกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ
เธอเล่าต่อไปว่า เงิน 2 แสนบาทแรก มอบให้กับสมาคมชาวนาไทย อีก 2.5 แสนบาท มอบให้กับโครงการโรงสีพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ จ.น่าน อีก 2.5 แสนบาท มอบให้กับโครงการชาวนาตัวอย่าง และอีก 5 แสนบาท มอบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เหลืออีก 3 แสนบาท มอบให้กับมูลนิธิข้าวไทย ที่นำไปพัฒนาพันธุ์ข้าวเงินหมดพอดี
“เราก็คิดเลยว่ากลุ่มของเราจะมีการประมูลกันเป็นครั้งๆ ไป เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรกับบ้านเมืองที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ เช่น หากมีน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว เราก็จะกลับมาประมูลกันใหม่ หากไม่มีเรื่องรุนแรงอะไร เราก็วาดรูปเก็บสต๊อกของเรากันไว้เรื่อยๆ พอมีโอกาสเหมาะก็มารวมตัวกันทำกิจกรรมที่ดีๆ ให้แก่สังคม ไม่มีกำหนดอะไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น คือเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก เราก็ช่วยในทางที่เราทำได้ ตอนแรกเรียนเพื่อหางานอดิเรกที่รักที่ชอบทำ แต่เมื่อเป็นงานที่สร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้บ้าง เราก็ยินดีทำเป็นอย่างมาก” เธอ เล่าอย่างภูมิใจ
ในฐานะตัวแทนกลุ่ม เธอกล่าวว่า ที่มาเรียนกันนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน พี่ๆ ที่เกษียณแล้วก็มี ไม่ได้คิดว่าจะมาทำแบบนี้อย่างเฉพาะเจาะจง เหมือนกับว่าสถานการณ์พาไป ทำแบบฉับพลันทันด่วน มีเวลาเตรียมตัวกันไม่ถึง 2 เดือน แต่เมื่อได้มาทำแล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องดีงามที่น่าจะต้องทำเหลือเกินที่พวกเราได้มารวมตัวกันทำประโยชน์ อิ่มบุญอิ่มใจ
“เรื่องจิตอาสาเป็นเรื่องที่ใครก็ทำได้นะคะ คนละนิดคนละหน่อย ในแบบที่เราทำได้ มีแรงลงแรง มีเงินลงเงิน แบบไหนก็ได้ ตามที่เราถนัด เราทำนั้นได้ทันทีเรื่องความอิ่มใจ ปลื้มปีติ มีโอกาสมาทำกันนะคะ คุณจะรับรู้ได้ถึงความสุขใจได้จริงๆ ค่ะ การเป็นผู้ให้นั้นมักสุขใจมากกว่าการเป็นผู้รับนะคะ” เธอ กล่าวเชิญชวน







