
เกมชิงที่ 3 ในฟุตบอลโลกควรจะมีหรือไม่
ในขณะที่สายตาของแฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างจับจ้องและรอคอยที่จะได้ชมเกมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ
สุรเดช สันติเลิศประภพ
ก่อนหน้าที่เกมนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลก บราซิล 2014 ที่จะเล่นกันตรงกับเวลาบ้านเราคือดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. เวลาประมาณ 02.00 น. หรือเข้าเช้าวันจันทร์ที่ 14 ก.ค.นั้น ก่อนหน้าเพียงหนึ่งวันจะมีเกมชิงอันดับ 3 ระหว่าง บราซิล เจ้าภาพ กับ เนเธอร์แลนด์ ให้ได้ชมกัน อย่างไรก็ดีหลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของเนเธอร์แลนด์
ที่เตรียมจะวางมือกับการคุมทีมชาติเพื่อกลับไปรับงานคุมทีมสโมสรให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลใหม่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นว่าฟีฟ่า ไม่ควรจะให้มีเกมเตะชิงอันดับ 3 เพราะมันแทบจะไม่มีความหมายอะไรแล้วหลังจากที่สองทีมต่างอกหักมาจากการชวดเข้าชิงชนะเลิศ
ในขณะที่สายตาของแฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างจับจ้องและรอคอยที่จะได้ชมเกมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ ทว่าสำหรับทีมที่ไม่ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศอย่าง บราซิล และ เนเธเอร์แลนด์ ต่างยังมีภารกิจที่จะต้องลงเล่นเกมสุดท้ายของทั้งสองทีมอย่างเป็นทางการในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยการจะต้องลงเล่นเกมชิงอันดับ 3 แทน
และนั่นก็ทำให้เกิดมุมมองที่ว่าไม่ควรจะมีเกมชิงอันดับ 3 เพราะทีมที่อกหักไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศนั้นแทบจะไม่เหลือความมุ่งมั่นแล้วที่จะต้องมาคว้าอันดับ 3 หรือจะพูดแบบตรงประเด็นเลยก็คือ ไม่มีใครที่จะให้ความสำคัญกับเกมชิงอันดับ 3 สักเท่าไหร่นั่นเอง
หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของ เนเธอร์แลนด์ เป็น 1 ในแนวคิดที่ไม่สนับสนุนให้ต้องมีการมาเล่นเกมชิงอันดับที่ 3 กันอีกในฟุตบอลโลกหนต่อๆไป โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า เขาพยายามจะเสนอแนวคิดนี้มาเป็นเวลาร่วมสิบปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีเกมชิงอันดับ 3 ในทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลกมาตลอด
เนเธอร์แลนด์ ของ ฟาน กัล นั้นชวดเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองติดต่อกันหลังจากพวกเขายันเสมอ อาร์เจนติน่า เอาไว้ได้ตลอด 120 นาที แต่สุดท้ายทีม “อัศวินสีส้ม” ก็ยังต้องรอต่อไปสำหรับโอกาสจะได้สัมผัสกับคำว่า “แชมป์โลก” เมื่อพวกเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับ อาร์เจนติน่า ไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ 2 ผู้เล่นของพวกเขายิงไม่เข้าทำให้ เนเธอร์แลนด์
ต้องโดนจับไปเตะเกมชิงที่ 3 แทนที่
ขณะที่ บราซิล นั้น แฟนบอลและชาวบราซิเลี่ยนทั้งประเทศต้องช็อคไปตามๆกันเมื่อพวกเขาโดน เยอรมัน ไล่อัดแบบหมดสภาพถึง 7-1 อกหักชวดเข้าไปชิงชนะเลิศ พลาดโอกาสจะเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 6 ไปแบบบอบช้ำ ไม่เพียงเท่านั้นนี่ยังเป็นครั้งที่สองที่พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพแล้วแต่กลับไม่สามารถจะคว้าแชมป์ได้ ขณะเดียวกันยังอาจจะต้องทนเห็นคู่แข่งสำคัญอย่าง
อาร์เจนติน่า มาคว้าแชมป์บนแผ่นดินของพวกเขาอีกด้วย หากว่าทีม “ฟ้าขาว” สามารถเอาชนะ เยอรมัน ได้สำเร็จในวันอาทิตย์
ฟีฟ่า ได้จัดให้มีเกมชิงอันดับ 3 มาหลายสิบปีแล้ว โดยจัดให้มีเกมนี้เล่นกันตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ในปี 1934 โดยย้อนกลับไปในสองสมัยหลังสุดนั้นเป็นทางด้าน “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ที่คว้าอันดับ 3 ไปปลอบใจทั้งสองหน เพียงแต่ในปีนี้ทีมของ โยอัคคิม เลิฟ สามารถทะลุผ่านด่านสำคัญเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จนั่นเอง
คงจะต้องมารอดูกันครับว่าในเกมชิงอันดับ 3 ปีนี้ ทีมไหนระหว่าง บราซิล กับ เนเธอร์แลนด์ จะคว้าแชมป์ไปครอง และเกมจะเล่นกันได้สนุกเพียงใด คืนพรุ่งนี้คอยติดตามชมกันครับ







