posttoday
ไขปัญหา Negative Income Tax

ไขปัญหา Negative Income Tax

11 กรกฎาคม 2557

ในช่วงที่ผ่านมาเราจะได้ยินกระทรวงการคลังกำลังจะเสนอแนวทางการใช้นโยบาย Negative Income Tax (NIT) ซึ่งมีชื่อเรียกค่อนข้างน่าสนใจว่า นโยบาย “เงินโอน แก้จน คนขยัน” เพื่อมาใช้แก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทยครับ

ในช่วงที่ผ่านมาเราจะได้ยินกระทรวงการคลังกำลังจะเสนอแนวทางการใช้นโยบาย Negative Income Tax (NIT) ซึ่งมีชื่อเรียกค่อนข้างน่าสนใจว่า นโยบาย “เงินโอน แก้จน คนขยัน” เพื่อมาใช้แก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทยครับ

ผมจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ในการวิเคราะห์ถึงนโยบาย NIT นี้ ซึ่งกระทรวงการคลังอ้างว่าควรต้องนำมาใช้ในประเทศไทย เนื่องจากภาครัฐไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะทราบได้ว่าคนจนคือใคร คนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหน โดยที่ในจำนวนประชากรไทย 65.5 ล้านคน มีคนจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,136 บาทต่อปี หรือ รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 1,678 บาทต่อคน มีจำนวน 5.1 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ต่างประเมินกันว่า การดำเนินนโยบาย “ประชานิยม” ของไทยนั้น ผู้รับประโยชน์จนไม่จริง โดยทุกครั้งที่รัฐบาลใช้มาตรการทางด้านการคลัง โดยการจัดสรรงบประมาณผ่านโครงการประชานิยมทีไร ปรากฏว่ากลุ่มคนที่รับประโยชน์จากโครงการเหล่านี้กลับไม่ใช่คนจน

ซึ่งจากผลการศึกษาของสภาพัฒน์และกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบสวัสดิการของรัฐ พบว่าสวัสดิการที่รัฐจัดให้ทั้งหมด “คนไม่จน” ได้รับประโยชน์เกือบทุกโครงการ

ส่วนกลุ่มคนยากจนจริงๆ ได้รับประโยชน์น้อยมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลไม่ทราบจริงๆ ว่า คนยากจนกลุ่มนี้มีใครบ้าง อยู่ที่ไหน จึงนำไปสู่นโยบายที่ต้องใช้เงินงบประมาณเป็นจำนวนมากกว่าที่ควรจะเป็น

เช่น ในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสูงถึง 53,000 ล้านบาท เพื่อแจกเบี้ยยังชีพให้คนชราทั่วประเทศ 7 ล้านคน ในจำนวนนี้มีทั้งคนจนคนรวย

แต่ถ้ารัฐบาลพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนชราที่ยากจนจำนวน 1 ล้านคน จะใช้งบประมาณแค่ 8,358ล้านบาท

อีกตัวอย่างเป็น “โครงการแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท” ขณะนั้นก็มีปัญหาเรื่องข้อมูล รัฐบาลรู้ทั้งรู้ว่ากลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แม่ค้า พ่อค้า ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เพราะไม่มีข้อมูล

ดังนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ต้องเลือกให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคมและกลุ่มข้าราชการ เพราะมีข้อมูลพร้อม คนจนที่อยู่นอกระบบข้อมูลจึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ

นี่จึงเป็นที่มาของข้อเสนอการนำ “มาตรการเงินโอนแก้จนสำหรับคนขยัน” มาใช้แก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย โดยปกติ ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคล เริ่มจากการนำเงินได้พึงประเมิน หักรายการยกเว้นภาษีเงินได้จากนั้น นำเงินได้พึงประเมินส่วนที่เหลือไปหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน จนกระทั่งเหลือเงินได้สุทธิเท่าไร จึงนำมาคูณกับอัตราภาษีก็จะทราบว่าต้องจ่ายภาษี ให้กับรัฐเท่าไร (Positive Income Tax : PIT) ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว มิลตัน ฟรีดแมน ระบุว่า รัฐไม่ควรเก็บภาษีจากรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งเป็นรายได้ที่ผู้เสียภาษีต้องนำไปใช้จ่ายในการดำรงชีพตามความจำเป็นขั้นพื้นฐาน

ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี รายได้ 150,000 บาทแรก จึงได้รับยกเว้นภาษี แต่ปรากฏว่าคนยากจนจริงไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากมาตรการดังกล่าวนี้

ตรงนี้จึงนำไปสู่แนวคิดใหม่ของกระทรวงการคลังในการจัดสรรเงินโอนผ่านระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่งตรงไปยังคนจนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย วิธีนี้ถือเป็นการผสมผสานระบบภาษีกับระบบรัฐสวัสดิการเข้าด้วยกัน เงินที่รัฐโอนให้กับผู้เสียภาษีจึงมีลักษณะติดลบ (Negative Income Tax : NIT) ซึ่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการนำระบบนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ มาตรการ EITC ของเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น

ทั้งนี้ โมเดล “เงินโอน แก้จน คนขยัน” ที่เหมาะสำหรับเมืองไทย ยังคงอยู่ระหว่างการกำหนดช่วงเพดานเงินได้ที่คนที่มีเงินได้จะได้รับเงินโอนจากรัฐบาล และช่วงที่จะได้รับเงินโอนลดลง (Phaseout) จนไม่ได้รับเงินโอน NIT ครับ โดยที่เม็ดเงินสุทธิที่รัฐบาลจะโอนให้กับคนยากจนจะขึ้นลงตามขั้นของเงินได้ของคนกลุ่มนี้

ทั้งนี้ มาตรการ NIT จะเป็นแรงกระตุ้นให้คนยากจนขยันทำงานมากขึ้น เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้รัฐบาลจะช่วยจ่ายสมทบ แตกต่างจากโครงการประชานิยมที่มีลักษณะ “แบมือขอเงิน” หรือรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในระยะยาวจะทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น เพราะทุกคนจะข้ามายื่นแบบเสียภาษี เข้ามาอยู่ในระบบ ทำให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ จัดระบบสวัสดิการต่างๆ ลงไปให้บริการประชาชนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญช่วยกระตุ้นให้คนขยันทำงาน ในที่สุดคนไทยทุกคนก็จะมีรายได้อยู่เหนือเส้นความยากจนครับ

คงต้องรอความชัดเจนของนโยบายนี้ต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท