
อดีตกกต.เสนอ 3 มาตรการปฎิรูปเลือกตั้ง
อดีต กกต. เสนอมาตรการ ปฏิรูปเลือกตั้ง ‘คุ้มครองพยาน-จำกัดประชานิยม-แก้กม.กันขวางเลือกตั้ง’ แนะวางกฎตัดสิทธิพรรคการเมือง 5ปี หากประชานิยมทำประเทศเสียหาย
อดีต กกต. เสนอมาตรการ ปฏิรูปเลือกตั้ง ‘คุ้มครองพยาน-จำกัดประชานิยม-แก้กม.กันขวางเลือกตั้ง’ แนะวางกฎตัดสิทธิพรรคการเมือง 5ปี หากประชานิยมทำประเทศเสียหาย
นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงข้อเสนอการปฎิรูปการเลือกตั้งของกกต.ที่เตรียมเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาว่า หัวใจของการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งที่จะเป็นรูปธรรมมากที่สุดมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง โดยควรมีกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีทุจริตเลือกตั้งเพื่อให้บุคคลกล้าเข้ามาเป็นพยานในชั้นศาล หลังจากสมัยที่ทำหน้าที่เป็นกกต.พบว่ามีคดีการทุจริตเลือกตั้งหลายกรณีที่ศาลต้องยกฟ้องด้วยเหตุที่ไม่มีพยานมาให้ปากคำในชั้นศาล 2.การแก้ไขการใช้นโยบายอย่างประชานิยมมาเป็นเครื่องจูงใจประชาชนของพรรคการเมือง ซึ่งหากพรรคการเมืองใดจะดำเนินการจะต้องมาชี้แจงต่อกกต.ก่อน และ 3.การแก้ไขกฎหมายบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้ง เช่น การป้องกันไม่ให้การขัดขวางการเลือกตั้งในบางหน่วยเลือกตั้งเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้งทั้งระบบเหมือนที่ผ่านมา
นายประพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการป้องกันการใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงนั้นคิดว่านอกเหนือไปจากการพรรคการเมืองมาชี้แจงต่อกกต.แล้วควรมีมาตรการเพิ่มเติม คือ หากในกรณีที่พรรคการเมืองชี้แจงและยืนยันต่อกกต.ว่าจะขอดำเนินนโยบายดังกล่าวตามที่ได้หาเสียงก็ควรกำหนดลงไปว่าให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองประชุมร่วมกันและลงมติรับรอง และถ้าในอนาคตเกิดนโยบายของพรรคนั้นไปสร้างความเสียหายให้กับประเทศก็จะต้องอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5ปี ซึ่งจะทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้ ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับว่าในอนาคตสภาปฎิรูปการเมืองจะมีแนวทางอย่างไร
“ส่วนการจำกัดวาระของสส.มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องมาพิจารณาให้ดี เพราะแม้ด้านหนึ่งอาจทำให้เกิดการหมุนเวียนสส.หน้าใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในสภา แต่ก็พบว่าในต่างประเทศไม่มีการจำกัดวาระของสส. เนื่องจากตำแหน่งสส.ไม่อาจสร้างอำนาจผูกขาดได้เหมือนกับตำแหน่งประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ในต่างประเทศบางประเทศจึงห้ามไม่ให้อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีและนายกฯกันติดต่อหลายสมัย ซึ่งในประเทศไทยก็มีหลักการนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ2550” นายประพันธ์ กล่าว
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกกต.ด้านพรรคการเมือง กล่าวว่า การเสนอมาตรการการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งสส.ของกกต. คิดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งได้ เพราะปัญหาทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเป็นสำคัญ โดยอย่าลืมว่านักการเมืองเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ที่สำคัญนักการเมืองเหล่านี้มีเครือข่ายและพรรคพวกคอยสนับสนุน จึงมีศักยภาพทางการเมืองมากพอที่จะหาใครมาทำหน้าที่ได้
“นักการเมืองหรือสส. ส่วนใหญ่มีพื้นฐานจากองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงมีเครือข่ายซึ่งถือเป็นพื้นฐานคะแนนเสียง เพราะการเมืองไทยใช้ระบอบอุปถัมภ์ ถ้าไม่ให้ครอบครัวลง ก็เลือกเอาเครือข่ายมาแทน ดังนั้นการแก้ปัญหาของกกต.ไม่ใช่มากำหนดเรื่องวาระ แต่การแก้ไขปัญหาที่ดีควรเริ่มจากตัวบุคคลมากกว่า” อดีตกกต.กล่าว







