
ปลดประภัสร์
ส่งออมสินนั่งประธานบอร์ดรฟท.ยกเครื่ององค์กรเรียกความเชื่อมั่นเอกซเรย์จัดซื้อจัดจ้าง2.4แสนล้าน
ส่งออมสินนั่งประธานบอร์ดรฟท.ยกเครื่ององค์กรเรียกความเชื่อมั่นเอกซเรย์จัดซื้อจัดจ้าง2.4แสนล้าน
คสช.ปลด “ประภัสร์” พ้นผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ส่งมือดี ฟื้นฟูองค์กรมาใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่ง คสช. ที่ 79/2557 ปลดนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พ้นจากหน้าที่โดยให้มีผลในทันที เพื่อให้การปฏิบัติงานของ ร.ฟ.ท.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ นายประภัสร์ถูกกระแสสังคมกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์พนักงาน ร.ฟ.ท.ฆ่าและข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี แต่นายประภัสร์ยืนยันว่าจะไม่ลาออก
นอกจากนี้ คสช.ยังได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เป็นประธานกรรมการ ร.ฟ.ท. และแต่งตั้ง น.ส.ชุณหจิต สังข์ใหม่ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 นายภาณุมาศ ศรีสุข ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
นายออมสิน เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจาก คสช.ให้กลับมาช่วยชาติอีกครั้ง จึงได้รับปากไปและได้เข้าไปพบผู้บริหาร ร.ฟ.ท.แล้ว
“ภารกิจแรกจะดูแลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง เรื่องการเดินรถและเรื่องความสะอาด เนื่องจากรถไฟเป็นกิจการที่รองรับคนชั้นกลางลงไป ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงต้องการคืนความสุขให้กับประชาชน” นายออมสิน กล่าว
นายออมสิน กล่าวด้วยว่าจะเชิญอาจารย์ที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาสรุปภาพรวมของปัญหา ประเด็นสำคัญคือ ร.ฟ.ท.มีทรัพย์สิน 34 แสนล้านบาท มีหนี้สินร่วม 1 แสนล้านบาท ต้องการบริหารจัดการอย่างจริงจัง และเมื่อเข้าไปเป็นประธานบอร์ดจะลงไปดูในรายละเอียดของเรื่องสำคัญทั้งหมด
ทั้งนี้ คสช.ได้ประชุมกันเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหาประธานบอร์ด รฟท.คนใหม่ โดยมีแคนดิเดท 8 คน แต่ คสช. มีมติเลือกนายออมสินเป็นประธาน
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้หารือกับนายออมสินแล้วว่าขอให้ใช้นาทีที่สำคัญนี้ในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ร.ฟ.ท.อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารองค์กร การพัฒนาบุคลากร ความปลอดภัย การบริการ รวมถึงเข้าไปดูแลในเรื่องแผนงานและการลงทุนเพื่อยกระดับ ร.ฟ.ท.ขึ้นมา
ด้านแหล่งข่าวจาก คสช.เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของนายออมสินและบอร์ดชุดนี้คือเรียกความเชื่อมั่นของ ร.ฟ.ท.คืนกลับมา และเปลี่ยนองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเหมือนที่เคยสร้างไปรษณีย์ไทยให้เป็นองค์กรที่ทำกำไรอย่างคาดไม่ถึง
ขณะเดียวกัน ต้องเข้าไปดูแลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในแผนการลงทุนระบบรางและการซื้อหัวรถจักรกว่า 2.4 แสนล้านบาท ให้โปร่งใส จึงได้ส่งรองอธิบดีกรมบัญชีกลางที่ดูแลเรื่องระเบียบวิธีพัสดุและการประมูลอีออกชั่นเข้าไปช่วยนายออมสินในการแก้ปัญหา ร.ฟ.ท.







