
เหยื่อนั่งรถไฟเจอเหล็กตกใส่ปรากฏตัวครั้งแรก
พัทลุง-เหยื่อนั่งรถไฟเจอเหล็กกั้นตกใส่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกพร้อมสามีโชว์หลักฐานฟท.ไม่ยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาล
พัทลุง-เหยื่อนั่งรถไฟเจอเหล็กกั้นตกใส่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกพร้อมสามีโชว์หลักฐานฟท.ไม่ยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาล
เมื่อวันที่ 10 ก.ค.นางนิสากร กูลศิริศรีตระกูล และนายวิสูตร สุวรรณโสภา อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 2 ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องเหล็กกั้นเตียงรถไฟชั้น1 ตกใส่หน้าหญิงสาวบาดเจ็บกระดูกหัก แต่รฟท.ไม่รับผิดชอบ ได้ออกมาแสดงตัวต่อสังคมเป็นครั้งแรกหลังปรากฏว่าเป็นข่าวผ่านทางโลกสังคมออนไลน์
นางนิสากร เล่าเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2555 เธอพร้อมด้วยสามี และลูกชายคือ ด.ช.อัฐวิกร กูลศิริศรีตระกูล ได้เดินทางเข้ากทม.โดยใช้บริการรถไฟขบวนรถที่ 36 จากสถานีพัทลุงปลายทางกทม. และได้ซื้อตั๋วโดยสารชั้นหนึ่งตามหมายตั๋วเลขที่ A 6720-36781 และหมายเลข A 6720-36782 คันที่ 2 เลขที่ 23,24 และตั๋วโดยสารเด็กนอนรวม เลขที่ 510749 และรถไฟเริ่มออกจากสถานีพัทลุงเวลา 20.19 นาที
ขณะที่โดยสารมาใกล้ถึงสถานีรถไฟพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเวลาที่ดึกมากแล้ว สามีและลูกได้นอนหลับอยู่บนเตียงนอนชั้นบน ส่วนเธอกำลังจะหลับขณะเดียวกันขบวนรถไฟได้สั่นสะเทือนและโยกเยกทำให้เหล็กสแตนเลสกั่นที่นอนหล่นลงมาทับใบหน้า เลือดอาบแก้มจึงเรียกสามีให้มาช่วยเอาเหล็กออก พร้อมร้องตะโกนให้เจ้าหน้ารถไฟที่กำลังนอนหลับอยู่มาช่วย แต่ปรากฏว่าอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไม่มี มีให้แต่ผ้าขนหนูผืนเดียวเพื่อซับเลือดไปพลางก่อน
นางนิสากร กล่าวว่า จากนั้นเธอและครอบครัวจึงได้ลงที่สถานีรถไฟพุนพินด่วนเพื่อไปหาหมอ แต่โรงยาบาลสุราษฎร์ธานีกลับบอกว่ากระดูกใหญ่ที่จมูกไม่หัก สรุปคือเลือดกำเดาไหลจึงพาครอบครัวมาพักที่โรงแรม 1 คืน ตื่นเช้าเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พุนพินแล้วเหมาแท็กซี่เดินทางกลับ จ.พัทลุง
หลังจากกลับมาได้สองวันรู้สึกปวดและบวม จึงได้ไปหาหมอที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทำการเอกซเรย์ผลปรากฏว่ากระดูกจมูกหักและใบหน้าผิดรูปต้องทำการผ่าตัดด่วน แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวน 70,000 บาท ต่อมาวันที่ 25 พ.ย.2555 ทางสารวัตรงานเดินรถแขวงทุ่งสงได้เดินทางมาสอบถามอาการและเรื่องราวที่เกิดขึ้นและก็เงียบไป หลังจากนั้นฝ่ายกฎหมายของการรถไฟก็ได้มาซักถามข้อเท็จจริงเพื่อจะส่งเรื่องไปให้ทางสวัสดิการการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อให้การช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไปอีก
อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับหนังสือตอบกลับมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ประทับตราไปรษณีลงวันที่ 2 ก.ค. 2557 และเธอได้รับหนังสือวันที่ 5 ก.ค. 2557 แต่วันที่หนังสือออกวันที่ 15 พ.ย. 2556 ซึ่งหนังสือดังกล่าวผิดปกติ หรือเจ้าหน้าที่ต้องการลบกระแสคดีข่มขื่นฆ่าน้องแก้ม เพื่อให้เรื่องมันจบ ๆ ไป และที่ร้ายไปกว่านั้นเนื้อหาในหนังสือการรถไฟแห่งประเทศไทยกลับบอกปัดความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านนายวิสูตร สามี กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นบริการสาธารณะที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด แต่กลับไม่รับผิดชอบอะไร จึงร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยชดใช้ค่ารักษาพยาบาลแก่ตนและครอบครัวด้วย







