
คสช.ขีดเส้น 3 เดือนเห็นผลบำบัด-สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด
ไพบูลย์จี้ผู้ว่า-นายอำเภอติดตามระบบบำบัดยาเสพติดแก้ปัญหาคนติดยาซ้ำซาก
ไพบูลย์จี้ผู้ว่า-นายอำเภอติดตามระบบบำบัดยาเสพติดแก้ปัญหาคนติดยาซ้ำซาก
วันที่ 10 ก.ค. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังมอบนโยบายดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีข้าราชการระดับสูง อาทิ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.การปราบปราม บังคับใช้กฎหมาย 2.การบำบัดฟื้นฟู และ 3.ป้องกัน-สร้างภูมิคุ้มกัน
“การปราบปรามได้เน้นย้ำอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรือนจำ ก็ประสานกรมราชทัณฑ์เป็นปกติ หลังจากนี้ จะให้แนวทาง 3 เดือน เพื่อเน้นเรื่องการบำบัดฟื้นฟู และการป้องกัน-สร้างภูมิคุ้มกันเป็นหลัก โดยจะมีการบูรณาการทุกกลุ่มงาน เพื่อเชื่อมโยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน และให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ หลังการบำบัดโดยกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยังมีปัญหาเรื่องการติดตามผล ซึ่งเมื่อให้นายอำเภอประสานลงไปในระดับหมู่บ้านและชุมขน รวมถึงประสานกับโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ น่าจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขผู้ติดยาเสพติดขณะนี้ อยู่ในหมู่บ้านถึง 8-9 แสนคน จาก 1.2 ล้านคน ขณะเดียวกัน ยังมีนักโทษที่เกี่ยวข้องยาเสพติดถึง 2.4 แสนคน จาก 2.9 แสนคน ซึ่งหลังจากนี้จะบูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่กับฝ่ายปกครอง และกรมราชทัณฑ์ เพื่อบำบัด และสร้างภูมิคุ้มกันในเรื่องยาเสพติดต่อไป โดยจะมีการประเมินผลใน 3 เดือน ซึ่งหากได้ผล จะประกาศเป็นนโยบายและเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติการแก้ปัญหายาเสพติดในปี2558







