
ต้องเป็นธรรม
การประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซูเปอร์บอร์ดนัดแรก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน จะนั่งหัวโต๊ะ แต่ยังไม่หยิบยกเรื่องสิทธิประโยชน์ที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจของแต่ละแห่งได้รับสูงลิ่วขึ้นมาพิจารณา
การประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซูเปอร์บอร์ดนัดแรก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน จะนั่งหัวโต๊ะ แต่ยังไม่หยิบยกเรื่องสิทธิประโยชน์ที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจของแต่ละแห่งได้รับสูงลิ่วขึ้นมาพิจารณา
เข้าใจได้ว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้จะต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลให้รอบด้านเสียก่อน และที่สำคัญ เรื่องเงินๆ ทองๆ จู่ๆ จะมาลดหรือตัดออกทันทีอาจจะทำให้เป้าหมายใหญ่ในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจสะดุดลงก็เป็นไปได้
ปัญหารัฐวิสาหกิจมีมากมายและหยั่งรากลึกเหลือเกิน การจะถอนรากถอนโคนขึ้นมาได้จะต้องใช้พลังมหาศาล ซูเปอร์บอร์ดจึงมีมติตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 คณะ เพื่อดูแลการแก้ไข พร้อมวางแผนยุทธศาสตร์และกำหนดระบบตรวจสอบการดำเนินงาน ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการเห็นการทำงานของรัฐวิสาหกิจโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกเรื่อง
แต่เราเห็นว่ายังไม่เพียงพอ เพราะรัฐวิสาหกิจมีการนำทรัพยากรของชาติไปหาผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นผลกำไรที่เกิดขึ้นจะต้องนำไปจัดสรรให้เท่าเทียมกัน สร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากให้ผลประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากจนเกินไป ก็จะมีกลุ่มที่เสียผลประโยชน์เกิดขึ้น
สมควรหรือไม่ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จ่ายโบนัสให้แก่พนักงานสูงถึง 11 เดือน และใช้กำไรประมาณ 40% แจกเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นหุ้นละ 4.60 บาท ใช่บริษัทมีกำไรสุทธิถึง 16,347 ล้านบาท ในปี 2557 เพิ่มขึ้น 151% จากปี 2556 มีกำไรสุทธิจำนวน 6,499 ล้านบาท ทั้งๆ ที่บริษัทมีแผนลงทุนโครงการใหญ่ ซึ่งจะต้องกู้เงินมาขยายสนามบิน และการจ่ายปันผลสูงๆ จะมีผลต่อเนื่องถึงโบนัสของคณะกรรมการที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.5% ของเงินปันผลที่จ่ายทั้งสิ้น 6,571 ล้านบาท แม้จะคุมไว้ไม่เกินคนละ 1.5 ล้านบาทก็ตาม
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า กรณีบริษัท การบินไทย คิดได้อย่างไรถึงกำหนดเกณฑ์การจ่ายโบนัสให้กรรมการจากกำไรก่อนหักอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งๆ ที่ธุรกิจการบินจะได้กำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับฝีมือแล้ว ตัวแปรสำคัญคือความผันผวนของค่าเงินบาทและราคาน้ำมัน หากไม่นำขาดทุนน้ำมันมาคำนวณกำไร กรรมการการบินไทยก็จะได้โบนัสกันบานเบอะ แม้ว่าบริษัทจะขาดทุนเป็นหลักหมื่นล้านบาทก็ตาม
ส่วนช่องทางการหาผลประโยชน์ในธนาคารของรัฐ ก็ไม่ใช่มีเพียงค่าเลี้ยงรับรองหรือค่าใช้จ่ายจิปาถะเท่านั้น แต่กรรมการของธนาคารกรุงไทยจะได้โบนัสจากกำไรก่อนจ่ายภาษีเสียอีก รัฐบาลเสียผลประโยชน์จะยอมได้อย่างไร







