
คุมเข้มเข้าพรรษาชายแดนใต้เฝ้าระวัง 10 วันสุดท้ายรอมฏอน
การพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งชะงักงันมาเกือบ 1 ปี
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
การพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งชะงักงันมาเกือบ 1 ปี เริ่มเห็นโอกาสที่จะเดินต่อไปมากขึ้น ล่าสุด พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้กำหนดขั้นตอนในขั้นต้นจำนวน 3 ขั้น คือ 1.การสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน 2.การลงนามสัตยาบัน และ 3.การจัดทำขั้นตอนดำเนินการ หรือ Road Map พร้อมนำไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน
“ขณะนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เริ่มดำเนินการในขั้นที่ 1 เป็นการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าคู่ขนานกับการดำเนินงานของ สมช.ด้วย” โฆษก กอ.รมน. กล่าว
พ.อ.บรรพต กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้ทุกหน่วยควบคุมสถานการณ์ในเทศกาลเข้าพรรษา รวมไปถึงช่วงท้ายของเทศกาลรอมฎอน และได้เน้นย้ำให้ กอ.รมน.ภาค 4 พัฒนาการบูรณาการงานด้านการข่าวในระดับยุทธการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติทางยุทธวิธีให้กับหน่วยปฏิบัติการ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้าน ผ่านทางศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อ.) โดยให้ดำรงพยายามต่อไปในการให้ฝ่ายท้องที่ ฝ่ายท้องถิ่น และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม ในระดับพื้นที่ พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลในเรื่องความมั่นคงเพื่อป้องกันเหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น อ.เมือง หาดใหญ่ สะเดา และ 4 อำเภอชายแดน อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี จ.สงขลา เพื่อป้องกันการก่อเหตุความไม่สงบ เนื่องจากมีรายงานข่าวกรองว่า แกนนำบีอาร์เอ็นประชุมและเตรียมแผนก่อเหตุร้ายในช่วง 10 วันก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอน
ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มรถโดยสารชาวไทยพุทธในพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา มีผู้บาดเจ็บ 8 คน เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า น่าจะเป็นกลุ่มที่ผ่านการฝึกมาใหม่ เนื่องจากยังเป็นเด็กอายุประมาณ 20 ปี สังกัดกลุ่มฮูไบดีละห์ รอมมือลี แกนนำที่มีหมายจับ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา กาบัง และกรงปินัง จ.ยะลา ก่อนหน้าเกิดเหตุก็มีข่าวแจ้งเตือนมาก่อนแล้วว่า จะมีการปฏิบัติการยิงรถโดยสาร ซึ่งจะต้องปรับมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น
ขณะเดียวกัน ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.ค. ก็เกิดเหตุต่อคนไทยพุทธขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งอยู่ติดกับ อ.กรงปินัง โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 ตามประกบยิง สุธีรา เพชรจันทร์ และกุลรดี เพชรมาก นักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรยะลา ฝึกงานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา เสียชีวิตขณะกำลังเดินซื้อของในตลาดนัดบ้านกาลอ หมู่ 4 ต.ยะหา อ.ยะหา เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยการก่อเหตุไม่เลือกเป้าหมายในห้วงเดือนรอมฎอน
ด้าน พ.อ.จตุพร กลัมพสุต หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยถึงการดำเนินคดี สหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ นักธุรกิจ จ.ปัตตานี ที่เกี่ยวข้องกับการค้าสิ่งผิดกฎหมายว่า หน่วยงานต่างๆ ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ กับทรัพย์สินของสหชัย โดยเฉพาะกรณีศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย จากคดีกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 414 ล้านบาท ทั้งที่การตรวจค้นในบ้านพบเซฟที่เก็บเงินสดไทยและต่างประเทศกว่า 28 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งบ้าน ที่ดิน ไม้แปรรูป จึงทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาแล้ว







