posttoday
เศรษฐกิจไม่สะดุดส่งออกพุ่งครึ่งปีหลัง

เศรษฐกิจไม่สะดุดส่งออกพุ่งครึ่งปีหลัง

10 กรกฎาคม 2557

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง แต่การกระตุ้นการลงทุนของรัฐบาลจะขัดแย้งกับเรื่องการเข้าตรวจสอบการลงทุนในภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนวงเงิน 100 ล้านบาท ของซูเปอร์บอร์ด จะเป็นตัวฉุดการลงทุนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไม่ขยายตัวหรือไม่นั้น เข้าใจว่าเจตนาแรกเริ่มคงพยายามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง แต่การกระตุ้นการลงทุนของรัฐบาลจะขัดแย้งกับเรื่องการเข้าตรวจสอบการลงทุนในภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนวงเงิน 100 ล้านบาท ของซูเปอร์บอร์ด จะเป็นตัวฉุดการลงทุนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไม่ขยายตัวหรือไม่นั้น เข้าใจว่าเจตนาแรกเริ่มคงพยายามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น

“ในช่วงแรกๆ ที่ระเบียบนี้ออกมาก็ทำให้ธุรกรรมบางจุดสะดุดไปบ้าง แต่ขณะนี้ได้มีการแก้ไขไปแล้วทำให้ธุรกรรมเพื่อธุรกรรมปกติสามารถดำเนินไปได้ แล้วหันมาเน้นที่ธุรกรรมการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้นแทน เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกรอบการบริหารจัดการที่ดี อย่างไรก็ตามในการออกระเบียบต่างๆ ถึงจะมุ่งดูแลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ดีแต่อาจต้องดูเรื่องความสะดวกรวดเร็วของธุรกิจที่อาจจะติดขัดด้วย” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

สำมิตร สกุลวิระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภคได้รับผลบวกจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ล่าสุดธนาคารเป็นที่ปรึกษาบริษัท เซ็ปเป้ ในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่ามียอดจองล้นถึง 18 เท่าของจำนวนหุ้นที่เปิดขาย ซึ่งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนั้นมีมูลค่าตลาดถึงกว่า 1.8 ล้านล้านบาท หากความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายกลับมา ก็จะมีส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว

ด้าน สุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาคการส่งออกปีนี้จะขยายตัว 3% แต่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในครึ่งปีหลัง โดยมีอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นพระเอก คาดว่าการส่งออกรถยนต์ครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ 12% จากที่เติบโตเพียง 3% ในครึ่งปีแรก ส่วนกลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์มีการปรับตัวจากการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในรถยนต์และกล้องดิจิทัลน่าจะเติบโตได้ราว 4% โดยการส่งออกคิดเป็น 60% ของจีดีพีไทย จึงเชื่อว่าภาครัฐจะให้ความสำคัญมากในครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ดี ในด้านการลงทุนภาคเอกชนคาดว่ากว่าจะเติบโตอย่างชัดเจนอาจต้องรอไปถึงไตรมาส 2 ของปี 2558 เพราะหากพิจารณาการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับ 60% แต่การเอื้อให้เกิดการลงทุนใหม่ต้องมีการใช้กำลังการผลิตสูงราว 7080% ซึ่งหาก คสช.ต้องการจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ก็ต้องเร่งผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เร็ว เพื่อดึงความต้องการภาคเอกชนให้กลับมาใช้กำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น

ปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัจจัยทำให้มีโอกาสที่จะเห็นจีดีพีปีนี้โต 2% คือผู้บริโภคมีความมั่นใจขึ้นหลังการเข้ามาของ คสช. โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณปี 2558 ที่เดินหน้า และโครงการการลงทุนภาครัฐที่กลับมาเป็นบวก บวกกับภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งแม้ว่าการส่งออกจะยังโตได้น้อย แต่ก็ได้ปัจจัยหนุนเรื่องค่าเงินบาท โดยในครึ่งปีหลังปัจจัยเหล่านี้จะมาเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจไทย แต่จะหนุนการบริโภคได้นานเพียงใดนั้น ก็ต้องดูภาวะเศรษฐกิจโลกประกอบด้วย

“ครึ่งปีหลังมีโอกาสเห็นเศรษฐกิจขยายตัวได้ 2% จากปัจจัยหนุนเหล่านี้ แต่เนื่องจาก สศช.ยังไม่ถึงกรอบระยะเวลาที่จะปรับการประมาณการเติบโตใหม่ จึงยังมีเวลาที่จะติดตามดู ซึ่งขณะนี้ยังคงคาดการณ์เดิม แต่เชื่อว่าในไตรมาส 2 ปีนี้จีดีพีน่าจะโตเป็นบวกได้ตามดัชนีเครื่องชี้วัดที่เราดู เพราะโครงการใช้จ่ายภาครัฐกลับมาให้เห็นแล้ว” ปรเมธี กล่าวนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในเรื่องการเข้าตรวจสอบการลงทุนในภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนวงเงิน 100 ล้านบาท ของซุปเปอร์บอร์ดจะเป็นตัวฉุดการลงทุนให้จีดีพีไม่โตหรือไม่นั้น .ผมเข้าใจว่าเจตนาแรกเริ่มคงพยามแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งในช่วงแรกๆที่ระเบียบนี้ออกมาก็ทำให้ธุรกรรมบางจุดสะดุดไปบ้าง แต่ขณะนี้ได้มีการแก้ไขไปแล้วทำให้ธุรกรรมเพื่อธุรกรรมปกติสามารถดำเนินไปได้ แล้วหันมาเน้นที่ธุรกรรมการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้นแทน เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามกรอบการบริการจัดการที่ดี

สำหรับการประชุมซุปเปอร์บอร์ดในช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.ค.นี้ จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือปรับอะไร ให้ระเบียบใหม่ออกมาสมเหตุสมผลหรือไม่นั้น นายประสาร กล่าวว่า คงต้องดูผลการประชุมบ่ายนี้อีกครั้ง แต่การประชุมคงเป็นการดูนโยบายขอบเขตหลักๆมากกว่า ส่วนเปลี่ยนแปลงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ หรือการเปลี่ยนโยบายของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ อย่างบริษัทปตท.หรือไม่นั้น คาดว่าคงมีการพูดคุยและจัดกลุ่มรับผิดชอบ คาดว่าคงดูขอบเขตมากกว่า เพราะรัฐวิสาหกิจมีถึง 50 กว่าแห่ง คงต้องกำหนดขอบเขตให้ดี ดูกลไกลต่างๆ ให้รอบครอบ มากกว่า

“อย่างไรก็ดี ในการออกระเบียบต่างๆ ถึงจะมุ่งดูแลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ดี แต่อาจต้องดูเรื่องความสะดวกรวดเร็วของธุรกิจที่อาจจะติดขัดด้วย” นายประสารกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท