
"ฟ้าขาว" ดวลโทษ เชือด "กังหัน" หืด ลิ่วรอบชิง
อาร์เจนติน่าคว้าตั๋วไปเล่นรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ หลังดวลจุดโทษเบียดเอาชนะฮอลแลนด์ไปได้แบบหืดจับ
ฟุตบอลโลก 2014
รอบรองชนะเลิศ
ฮอลแลนด์ 0-0 อาร์เจนติน่า (อาร์เจนติน่าชนะในการดวลจุดโทษ 4-2)
สนาม: อารีน่า เด เซา เปาโล, เซา เปาโล
10 กรกฎาคม 2014
ฮอลแลนด์เกมนี้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการส่ง ไนเจล เด ยองก์ มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนลงตัดเกมและ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงกัปตันทีมที่ก่อนหน้่านี้มีข่าวว่าอาจจะไม่พร้อมลงสนาม ส่วนตำแหน่งอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งยังไว้วางใจ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายด่านจาก อาแจ็กซ์ ที่ถูกสื่อจับตามองว่าจะยังเคืองจากเกมที่เบียดชนะคอสตาริกาหรือไม่ หลังโดน หลุยส์ ฟาน กัล เปลี่ยนตัวเอา ทิม ครูล ลงมาเซฟจุดโทษแทน
ด้านอาร์เจนติน่าที่เพิ่งเฉือนชนะเบลเยี่ยมมาได้หวุดหวิด 1-0 เกมนี้ได้ มาร์กอส โรโฮ่ กลับมาลงประจำการแบ็คซ้ายอีกครั้ง ขณะที่แผงกลาง อเลฮานโดร ซาเบย่า ส่ง เอ็นโซ่ เปเรซ ลงปั้นเกมแทน อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังขาตามคาด โดยปีกจอมพริ้วจาก เบนฟิก้า ได้โอกาสยืนแผงกลางร่วมกับ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ และ ลูคัส บีย่า ที่เบียด เฟร์นานโด กาโก้ ลงเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง ส่วน เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ที่ยังไม่ฟิตมีชื่ออยู่ที่ม้านั่งสำรองเช่นเดิม
ก่อนเกมมีการยืนไว้อาลัยให้กับ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตำนานนักเตะที่เพิ่งสิ้นลมไปด้วยวัย 88 ปี
10 นาทีแรกเป็นอาร์เจนติน่าที่ครองเกมได้มากกว่า พยายามเน้นเล่นบอลชิ่งสั้นๆ ทางริมเส้น แต่ทีม "ฟ้าขาว" ยังบุกแบบระมัดระวังตัว
นาทีที่ 13 ฮอลแลนด์ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เคลียร์บอลไปเข้าทาง เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ จับบอลหน่งจังหวะก่อนซัดไกล แต่บอลหลุดกรอบไปเยอะ
จากนั้น 2 นาที ลิโอเนล เมสซี่ ได้ปั่นฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวกำแพงแต่ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ยังรับได้ติดมือ
นาที 24 เอเซเกล ลาเวซซี่ เปิดเตะมุมทางฝั่งซ้ายให้ เอเซเกล การาย ชิงจังหวะพุ่งโหม่งก่อน รอน ฟลาร์ บอลเหินข้ามคานออกไป
นาที 26 มาสเคราโน่ ต้องรับการปฐมพยาบาลพักใหญ่ หลังเจ้าตัวเจ็บจากจังหวะขึ้นแย่งโหม่งแล้วศีรษะไปโขกใส่ จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม เล่นเอาดาวเตะจาก บาร์เซโลน่า เซจนล้มไปเลย
ผ่านไป 29 นาทีทั้งสองทีมยังสงวนท่าที ไม่เปิดเกมใส่กันเท่าที่ควร มีโอกาสยิงรวมกันแค่ 4 ครั้ง ต่างจากเกมเมื่อวานที่นาทีนี้บราซิลโดนเยอรมันสอยไป 5 เม็ดแล้ว
นาที 45 บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ เซ็นเตอร์ของฮอลแลนด์ถูกจดชื่อเป็นคนแรกของเกม หลังเอามือเหนี่ยว เมสซี่ ที่กำลังจะกระชากบอลหนี
จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0
ก่อนเริ่มครึ่งหลัง หลุยส์ ฟาน กัล ตัดสินใจถอดเอา มาร์ตินส์ อินดี้ ที่โดนคาดโทษใบเหลืองในช่วงท้ายครึ่งแรกออก แล้วส่ง ดาริล ยานมัต ลงมาเล่นวิงแบ็คขวา โยกเอา เดิร์ค เคาท์ ไปเล่นแบ็คซ้าย พร้อมขยับ ดาลีย์ บลินด์ ไปยืนเซ็นเตอร์แบ็ค
นาที 49 มาร์ติน เดมิเคลิส ได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของฝั่งอาร์เจนติน่าหลังไปดึงแขน อาร์เยน ร็อบเบน
นาที 58 อาร์เจนติน่ามีโอกาสเข้าทำจากจังหวะที่ ลาเวซซี่ ลากบอลจี้ รอน ฟลาร์ ทางขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนโยนให้ อิกวาอิน ขึ้นโหม่ง แต่ ยานมัต ยังบีบมาช่วเอาไว้ได้ทัน
4 นาทีต่อมาฮอลแลนด์เปลี่ยนตัวคนที่ 2 ยอร์ดี้ คลาซี่ ลงคุมแดนกลางแทน ไนเจล เด ยองก์ ทำให้ฮอลแลนด์เหลือแค่ มิเชล ฟอร์ม เท่านั้นที่ยังไม่ได้สัมผัสเกมในฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายแม้แต่นาทีเดียว และทำให้ฮอลแนด์เป็นทีมที่ให็ผู้เล่นหมุนเวียนลงสนามมากที่สุดเท่ากับสเปนและโคลอมเบียที่ 22 คน
นาที 74 ร็อบเบน ถ่ายบอลให้ ยานมัต ที่โอเวอร์แล็ปมา ก่อนครอสให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จักรยานอากาศ แต่ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
นาทีต่อมาอาร์เจนติน่าเกือบได้เฮ จากจังหวะที่ เอ็นโซ่ เปเรซ ลาบอลทางกราบขวาก่อนแทงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน จิ้มด้วยขวา บอลลอยเข้าข้างตาข่าย แต่จังหวะนี้ผู้ตัดสินมองว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า
10 นาทีสุดท้ายอาร์เจนติน่าตัดสิ่นใจส่งสองอาวุธหนักอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ โรดริโก้ ปาลาซิโอ้ ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อินเตอร์ มิลาน ลงสนามแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน และ เอ็นโซ่ เปเรซ เป็นสัญญาณว่า อเลฮานโดร ซาเบย่า ต้องการปิดบัญชีให้ได้
นาที 84 หลังเหงามานาน แฟนบอลในสนามก็ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ มาร์กอส โรโฮ่ มีโอกาสสับไกด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 35 หลา แต่ยังไม่เกินความสามารถของ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น
นาที 90 ร็อบเบน เล่นชิ่งกับ สไนจ์เดอร์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษโล่งๆ แต่ปีกจาก เอฟเซ บาเยิร์น แตะบอลยาวไปหน่อย มาสเคราโน่ เลยตามมาสไลด์บล็อกได้หวุดหวิด
จบ 90 นาที ฮอลแลนด์กับอาร์เจนติน่ายังเสมอกัน 0-0 ต้องมาลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ
นาที 96 ฮอลแลนด์เปลี่ยนเอา คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ลงสนามแทน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จะไม่ได้เปลี่ยน ทิม ครูล ลงมาเฝ้าเสาหากเกมดำเนินไปถึงการดวลจุดโทษเหมือนเกมกับคอสตาริกา
3 นาทีต่อมา อาร์เยน ร็อบเบน มีโอกาสได้ใช้ลูกถนัด ลากตัดเข้ากลางก่อนตะบันด้วยซ้ายเน้นๆ โรเมโร่ ยังเซฟได้เยี่ยม ก่อนอาร์เจนติน่าจะให้ มักซี่ โรดริเกวซ ลงไปเติมความเก๋าแทน ลาเวซซี่ ที่ลดความวูบวาบไปเยอะ
นาทีสุดท้ายของการต่อเวลาครึ่งแรก ฮุนเตลาร์ มารับใบเหลองไปอีกคน หลังไปสไลด์จากด้านหลังใส่ มาสเคราโน่
หมด 15 นาทีแรกของการต่อเวลาพิเศษยังไม่มีฝ่ายไหนพลาดท่า เสมอกันอยู่ 0-0
นาที 110 เดอ ไฟรจ์ ตัดบอลจาก เมสซี่ ได้บริเวณกลางสนาม ก่อนเจ้าตัวจะลากมาซัดไกล แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ
นาที 115 อาร์เจนติน่าน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมสซี่ ยกบอลข้ามแผงหลังฮอลแลนด์ให้ ปาลาซิโอ้ ได้โขกจ่อๆ แต่บอลมันไม่มีน้ำหนัก ซิลเลสเซ่น เลยรับสบาย
2 นาทีต่อมาทีม "ฟ้าขาว" ได้ลุ้นอีกครั้ง เมสซี่ กระชากหนี ฟลาร์ มาจนสุดเส้น ก่อนเปิดมาที่เสาไกลให้ มักซี่ โรดริเกวซ วิ่งมาแปแบบไม่จับ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านมือหนึ่งทีมชาติฮอลแลนด์
จบ 120 นาทียังไม่มีฝ่ายไหนทำอะไรกันได้ ต้องไปวัดกันที่การดวลจุดโทษ
ผลการยิงจุดโทษ
ฮอลแลนด์
รอน ฟลาร์ - ไม่เข้า
อาร์เยน ร็อบเบน - เข้า
เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ - ไม่เข้า
เดิร์ค เคาท์ - เข้า
อาร์เจนติน่า
ลีโอเนล เมสซี่ - เข้า
เอเซเกล การาย - เข้า
เซร์คิโอ้ อเกวโร่ - เข้า
มักซี่ โรดริเกวซ - เข้า
จบเกมอาร์เจนติน่าเบียดเอาชนะฮอลแลนด์ไปได้ด้วยการดวลจุดโทษ 4-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 0-0 ทีม "ฟ้าขาว" ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับเยอรมันในวันที่ 14 กรกฏาคมตั้งแต่เวลาตี 2 เป็นต้นไป ส่วนฮอลแลนด์ไปชิงอันดับ 3 กับบราซิลเจ้าภาพในวันที่ 13 กรกฎาคม เวลาตี 3
ฮอลแลนด์ (5-3-2)
ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น/ เดิร์ค เค้าท์, รอน ฟลาร์, สเตฟาน เดอ ไฟรจ์, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, ดาลี่ย์ บลินด์/
จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, ไนเจล เด ยองก์/ อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
ผู้จัดการทีม: หลุยส์ ฟาน กัล
อาร์เจนติน่า (4-3-3)
เซร์คิโอ โรเมโร่/ ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, เอเซเกล การาย, มาร์กอส โรโฮ่/
ลูคัส บีย่า, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เอ็นโซ เปเรซ/
กอนซาโล่ อิกวาอิน, ลีโอเนล เมสซี่, เอเซเกล ลาเวซซี่
ผู้จัดการทีม: อเลฮานโดร ซาเบย่า







