
จี้คมนาคมห้ามขายเหล้าบนรถไฟ
เครือข่ายงดเหล้าและเครือข่ายผู้หญิงและเยาวชนร้องคมนาคมสังคายนารถไฟเพิ่มความปลอดภัยผู้หญิงและเด็กจริงจัง
เครือข่ายงดเหล้าและเครือข่ายผู้หญิงและเยาวชนร้องคมนาคมสังคายนารถไฟเพิ่มความปลอดภัยผู้หญิงและเด็กจริงจัง
เมื่อวันที่9ก.ค.57 เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) พร้อมด้วยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลและเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กว่า30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูประบบความปลอดภัยบนรถไฟ ป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ ให้เกิดการข่มขืน คุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุและอาชญากรรมบนรถไฟ และขอให้เร่งผลักดันให้เกิดกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและสถานีรถไฟโดยด่วน
เภสัชกรสงกรานต์ กล่าวว่า จากกรณีด.ญ.วัย13 ปี ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ โดยผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนก่อเหตุ สะท้อนถึงความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้โดยสารบนรถไฟ แม้ที่ผ่านมาจะมีการออกประกาศขอความร่วมมือ แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องสังคายนาออกกฏหมายมาบังคับใช้อย่างจริงจัง ขอเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อนำไปพิจารณาดังนี้
1.ขอให้มีการตรวจสอบปัจจัยที่ทำให้ทำให้ประสิทธิภาพในการให้บริการผู้โดยสารของการรถไฟลดลง โดยเฉพาะที่เป็นความเสี่ยงสูงต่อผู้โดยสาร และควรเร่งปฏิรูปกลไก ระบบ การให้บริการและความปลอดภัยบนรถไฟ เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ส่วนผู้ที่มีความผิดต้องถูกลงโทษ
2.ขอให้ผลักดันมาตรการห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟ รวมถึงสถานีรถไฟและตู้เสบียง ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
และ3.ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้ ขอให้ตำรวจรถไฟเข้มงวดมิให้มีผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟในลักษณะเร่ขาย ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551และในตู้เสบียงให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
ด้าน นางสาวอังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากสถิติที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้รวบรวมเก็บข้อมูลข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก และมติชน ปี2556 พบว่า ข่าวที่ครองแชมป์ยังเป็นคดีข่มขืน และปัจจัยกระตุ้นอับดับหนึ่ง37.70% เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์24.50% มีปัญหาการควบคุมยับยั้งอารมณ์ทางเพศ 20.80% ต้องการชิงทรัพย์ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ถือว่ายังน่าห่วงและเป็นปัญหาสังคมอย่างรุนแรงหากไม่มีการแก้ไขจากภาครัฐ
จากนั้น นางสร้อยทิพย์ ได้กล่าวภายหลังรับข้อเรียกร้องจากเครือข่ายฯ ว่า จะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีคำสั่งว่าห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและบริเวณสถานีรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงได้ร่วมรณรงค์ในเรื่องนี้แต่ก็ต้องแสดงความเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจนได้







