
วทน.กับความสามารถในการแข่งขันของไทย
วันนี้ต้องขอใช้คำย่อว่า วทน. ซึ่งก็คือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม บางท่านอาจสงสัยว่าคืออะไร แต่เนื่องจากผู้เขียนได้เขียนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงคาดว่าผู้ที่ติดตามคอลัมน์นี้เป็นประจำก็คงจะพอทราบ แต่ที่ต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนอีก เพียงแต่เป็นคนละบริบทกัน ก็เพราะเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการจะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ตั้งแต่การจัดระเบียบในเรื่องต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายที่ถึงแม้จะมีอยู่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นก็ยังละเลย หรือใช้สองมาตรฐาน ประกอบกับอุปนิสัยของคนไทยที่ชอบมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่น หรือไม่ก็เป็นพวกที่ชอบยึดอุปมาอุปไมยว่า “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” สังคมไทยก็เลยเละเทะกันไปใหญ่ ขาดระเบียบวินัย ซึ่งเมื่อ คสช.ขึ้นมาบริหารประเทศก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาตามความเร่งด่วนก่อนหลัง แต่ดูเหมือนปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าจะมีอยู่มากมายเหลือเกิน จนทำให้ไม่มีเวลาวางแผนยุทธศาสตร์หรือวางโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
วันนี้ต้องขอใช้คำย่อว่า วทน. ซึ่งก็คือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม บางท่านอาจสงสัยว่าคืออะไร แต่เนื่องจากผู้เขียนได้เขียนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงคาดว่าผู้ที่ติดตามคอลัมน์นี้เป็นประจำก็คงจะพอทราบ แต่ที่ต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนอีก เพียงแต่เป็นคนละบริบทกัน ก็เพราะเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการจะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ตั้งแต่การจัดระเบียบในเรื่องต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายที่ถึงแม้จะมีอยู่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นก็ยังละเลย หรือใช้สองมาตรฐาน ประกอบกับอุปนิสัยของคนไทยที่ชอบมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่น หรือไม่ก็เป็นพวกที่ชอบยึดอุปมาอุปไมยว่า “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” สังคมไทยก็เลยเละเทะกันไปใหญ่ ขาดระเบียบวินัย ซึ่งเมื่อ คสช.ขึ้นมาบริหารประเทศก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาตามความเร่งด่วนก่อนหลัง แต่ดูเหมือนปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าจะมีอยู่มากมายเหลือเกิน จนทำให้ไม่มีเวลาวางแผนยุทธศาสตร์หรือวางโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
วทน.นั้นมีทั้งแผนระยะยาว 10 ปี ที่กำหนดให้เห็นทิศทางของการพัฒนา วทน. และยังมีข้อเสนอนโยบายที่เจาะจงลงไปอีกเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม นั่นก็คือข้อเสนอนโยบายระบบทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เช่น
การสร้างแรงจูงใจให้มีการสร้างและใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา
การปฏิรูปการให้บริการเกี่ยวกับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
การสนับสนุนมาตรการทางการเงินและภาษีแก่การวิจัย พัฒนาและสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงเมื่อมีการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
สร้างความเข้มแข็งให้แก่หน่วยบริหารจัดการและถ่ายทอดเทคโนโลยี
สิ่งเหล่านี้ถ้าฝ่ายนโยบายทราบและเข้าใจ รวมทั้งให้การสนับสนุน ก็จะเป็นปัจจัยที่สำคัญให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดดไปข้างหน้า และเชื่อได้แน่นอนว่า สถานการณ์แข่งขันของไทย (Competitiveness) ในโลกจะดีขึ้น อย่างเช่นที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศได้ตระหนักและให้ความสำคัญ
หรือแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ประธานาธิบดีโอบามาก็ได้ให้ความสำคัญกับ วทน.เป็นอย่างมาก โดยได้เน้นว่าการลงทุนในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวะ และยา (Medicine) ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เป็นสิ่งสำคัญมากต่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และเชื่อว่าจะสามารถถอนทุน (To Pay Off) ในอีกหลายปีข้างหน้า ดังนั้นจึงจะยังคงดำเนินนโยบายให้เกิดความก้าวหน้าในวิทยาศาสตร์ วิศวะ นวัตกรรม การศึกษา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต่อไป ทั้งนี้ประธานาธิบดีโอบามามีหน่วยงานด้าน วทน.อยู่ติดกับทำเนียบขาวด้วย
สำหรับประเทศไทยช่วงนี้ที่จะมีการปฏิรูปสารพัดเรื่อง จึงเป็นโอกาสที่จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูป วทน. โดยเฉพาะการที่สถานการณ์ทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสมือนถูกผลักดันให้ก้าวถอยหลังไป การจะกลับมาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าที่จะให้ทันประเทศอื่นๆ คือต้องก้าวกระโดด และการจะก้าวกระโดดได้ดีก็ด้วยการลงทุนในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเห็นว่าการจัดกลุ่มความรับผิดชอบครั้งนี้ วทน.ตกไปอยู่ในบริบทของสังคม ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้ผิดร้ายอะไร เพราะวทน.นั้นอยู่ได้ทั้งในบริบทของสังคมและเศรษฐกิจ แต่ผลที่เกิดก็จะต่างกันออกไป หากอยู่ในบริบทของสังคมอาจช่วยให้เกิดผลผลิตแก่ โอท็อป เอสเอ็มอี และสามารถเพิ่มรายได้แก่ประชากรในฐานรากของพีระมิดได้ แต่จะไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวกระโดด หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ เนื่องจากผลผลิตที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่อะไรที่ซับซ้อนแสดงออกถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่เป็นความต้องการของตลาดโลก
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าขณะที่ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เขาเห็นความสำคัญของ วทน.ว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะยังคงนำ วทน.ไปไว้ในบริบทของสังคมเท่านั้น หรือจะย้ายมาไว้ในภาคเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวกระโดดต่อไป







