
อัด‘สธ.-คสช.’แช่แข็งบัตรทอง
ภาคประชาชน อัด สธ.คสช.แช่แข็งงบรายหัว บัตรทอง
ภาคประชาชน อัด สธ.คสช.แช่แข็งงบรายหัว บัตรทอง
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ แถลงจุดยืนในการสร้างระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพสัดส่วนภาคประชาชน เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2557 มีงบเหมาจ่ายรายหัวบัตรทองที่ 2,895 บาท และในปี 2558 บอร์ดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอของบรายหัวเพิ่มเป็น 3,361 บาท ซึ่งได้มีการนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนและมีแนวโน้มว่าจะแช่แข็งงบให้ได้รับเท่าเดิมในปี 2557
นายนิมิตร์ กล่าวว่า หากเป็นแบบนี้จริงเท่ากับว่า คสช.กำลังเพิ่มทุกข์ให้ประชาชน เพราะการเพิ่มงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ สปสช.คำนวณว่า ถ้าได้รับงบเท่าเดิมจะทำให้ผู้ป่วยนอกไม่ได้รับบริการ 20 ล้านครั้ง และผู้ป่วยในก็จะหายไป 5 ล้านครั้ง
นอกจากนี้ ยังทราบว่ากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ คสช.ให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายค่ารักษาในอัตรา 3050% โดยอ้างว่าถ้าไม่ทำแบบนี้จะทำให้ระบบล้มละลายถือเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดมาก เพราะรัฐจ่ายเพื่อสุขภาพเพียง 7% เท่านั้น ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมาก
น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ขณะนี้มีความเข้าใจว่า 30 บาท หรือบัตรทองเป็นนโยบายประชานิยม ซึ่งถือเป็นการเข้าใจที่ผิดขอส่งเสียงไปยัง คสช.ว่าสิ่งเหล่านี้คือหลักประกันสุขภาพเพื่อประชาชนเป็นรัฐสวัสดิการไม่ใช่ประชานิยม
“ล่าสุด วันที่ 4 ก.ค. ก็มีหนังสือจาก สธ. โดย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวง ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิรูป จึงขอไม่ให้ความร่วมมือกับ สปสช. ถามว่านี่เป็นนโยบายของ คสช.หรือไม่ว่าการปฏิรูปต้องหยุดความร่วมมือ เท่ากับตอนนี้ สธ.กำลังแช่แข็งระบบสาธารณสุขของประเทศนี้ การรัฐประหารครั้งนี้อย่าทำให้ประชาชนยากลำบาก” น.ส.บุญยืน กล่าว







