
หวังค่าบาท32
คสช.กำหนดเป้าสั่งสภาพัฒน์ดูแลผู้ส่งออกเชียร์ทำเงินมีเสถียรภาพเร่งขันนอตลงทุนดันจีดีพีโต2.5%
คสช.กำหนดเป้าสั่งสภาพัฒน์ดูแลผู้ส่งออกเชียร์ทำเงินมีเสถียรภาพเร่งขันนอตลงทุนดันจีดีพีโต2.5%
สั่ง สศช.โต้โผดูแล 5 มาตรการ กอบกู้เศรษฐกิจคุมค่าเงิน 32 บาท ช่วยส่งออก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจให้ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธาน โดยยืนยันว่าจะเริ่มเห็นเศรษฐกิจกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 2 โดยทั้งปีจะเติบโตได้ในระดับค่อนไปที่ 2.5% จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจซึ่งมีน้ำหนักต่อเศรษฐกิจ 20-25% เพื่อทดแทนการส่งออกที่ขยายตัวไม่ดีนัก
ทั้งนี้ ที่ประชุม คสช.ให้ความสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากขึ้น จึงให้ สศช.เร่งรัด 5 มาตรการผลักดันเศรษฐกิจ ได้แก่1.ดูแลการส่งออก ซึ่ง คสช.กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น กล้วยไม้ และลดต้นทุนให้แก่ผู้ส่งออกผ่านกลไกของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ คสช.ยังกำชับให้ดูแลค่าเงินบาท ที่ขณะนี้เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการส่งออกค่อนข้างพอใจ ไม่ผันผวนมากนัก โดยทาง คสช.อยากให้ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง
มาตรการที่สอง ให้เร่งรัดการใช้งบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสำนักงบประมาณยืนยันว่าจะเริ่มใช้งบประมาณปี2558 ได้ทันวันที่ 1 ต.ค.แน่นอน
มาตรการที่สาม เร่งรัดการลงทุนเอกชนหลังจาก คสช.ได้เร่งอนุมัติโครงการที่ค้างการขอรับส่งเสริมการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอ และการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ให้เร็วขึ้น แต่ยังมีเรื่องค้างการพิจารณาจำนวนมาก
มาตรการที่สี่ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบเศรษฐกิจ และมาตรการสุดท้าย คือเร่งเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทั้งการเดินทางและความปลอดภัย
สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปีการส่งออกของไทยมีมูลค่า 92,862 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.2% โดยเฉพาะตลาดอาเซียนลดลง 3.5%







