posttoday
สิ้นลายแชมป์โลก! แซมบ้า ต้านไม่ไหว อินทรีไล่กระซวก  7-1 ลิ่วชิงทีมแรก

สิ้นลายแชมป์โลก! แซมบ้า ต้านไม่ไหว อินทรีไล่กระซวก 7-1 ลิ่วชิงทีมแรก

09 กรกฎาคม 2557

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน โชว์ฟอร์มสุดโหด หลังไล่ถล่มเจ้าภาพ และอดีตแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง บราซิล ไปอย่างเละเทะ 7-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ
วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2557
บราซิล - เยอรมัน
สนาม: เอสตาดิอู มิไนเรา, (เบโล โอรีซอนชี, บราซิล)


บราซิล ตั้งเป้าจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ให้ได้ในบ้านตัวเอง อย่างไรก็ดีการขาดทั้ง ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวสำคัญและยังเป็นกัปตันทีมรวมถึง เนย์มาร์ กองหน้าตัวความหวังที่กระดูกสันหลังร้าวหมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดทัวร์นาเมนต์ที่เหลืออยู่ทำให้กุนซืออย่าง หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ต้องปรับทัพกันใหม่สำหรับเกมนี้ โดยส่ง ดันเต้ เซนเตอร์ฮาล์ฟจากบาเยิร์น มิวนิค ลงทำหน้าที่แทน แดนกลาง บราซิล เกมนี้ได้ หลุยส์ กุสตาโว่ กลับมาดูแลเกมตรงกลางสนามหลังพ้นโทษกักแล้ว

ด้าน เยอรมัน ที่ทะลุเข้ามาถึงรอบตัดเชือกได้เป็นที่ 10 จาก 13 ครั้งหลังสุดนับตั้งแต่ปี 1966 โดย โยอัคคิม เลิฟ ตัดสินใจดร็อป แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เป็นเกมที่สองติดต่อกัน ในส่วนของสภาพทีมและความพร้อมนั้น เลิฟ ไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บให้ต้องกังวลแต่อย่างใด

แม้จะเล่นฟุตบอลโลกกันมาเกิน 100 เกมทั้งสองทีมแต่เหลือเชื่อที่ทั้งสองทีมกลับมีโอกาสเจอกันในรอบสุดท้ายเพียงหนเดียวเท่านั้นนั่นคือเกมนัดชิงชนะเลิศในปี 2002 ซึ่ง บราซิล เอาชนะ เยอรมัน ไปได้ 2-0 ที่โยโกฮาม่า


เริ่มเกมมาได้เพียงแค่สอง สามนาที เป็นแข้ง "เซเลเซา" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ตามคาด และหวิดจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 ในจังหวะที่ มาร์เซโล่ ทะลุขึ้นไปยิงในพื้นที่อันตราย แต่โชคร้ายที่เจ้าตัวซัดไม่เข้าเป้า

แต่ในนาทีที่ 11 แฟนบอลเจ้าถิ่นต้องเงียบกริบกันทั้งสนาม หลัง โทนี่ โครส ปั่นบอลเข้าไปลึกถึงพื้นที่ในกรอบให้ โธมัส มุลเลอร์ หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ ชูลิโอ เซซาร์ อย่างนิ่มๆ เยอรมัน ขึ้นนำ 1-0

พอโดนไปหนึ่งเม็ด บราซิล นั้นก็บุกหนักหวังจะมาทวงคืนประตูให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดพวกเขากลับมาเสียประตูที่สองในนาทีที่ 23 หลัง มิโลสลาฟ โคลเซ่ ตามมาซ้ำลูกยิงจังหวะแรกของตัวเอง เป็นประตูที่ 16 ของเจ้าตัวในการลงเล่นฟุตบอลโลกสี่สมัย ถือเป็นสถิติใหม่ที่เป็นนักเตะที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ อินทรีเหล็ก ตีปีกหนีไปเป็น 2-0

อีกแค่ไม่กี่อึดใจ แฟนๆ บราซิล ถึงกับเซ็งทั้งโลก หลัง ฟิลิปป์ ลาห์ม กระชากบอลขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนครอสเข้าไปให้ มุลเลอร์ แต่เจ้าตัวหวดไม่โดน บอลเลยไปถึง โทนี่ โครส ได้ซัดด้วยซ้ายเต็มๆ บอลนั้นเบียดเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ เยอรมัน นำห่าง 3-0

นาทีที่ 25 ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแนวรับ บราซิล หลังต้องมาเสียประตูที่ 4 เมื่อ โครส เจ้าเก่า ทำชิงกับ ซามี เคดิร่า ก่อนจะหลุดเข้าไปยิงผ่านนายทวารแซมบ้าเข้าไปอย่างไม่ยากเย็น เยอรมัน หนีไปเป็น 4-0 แล้ว

สี่นาทีต่อมา แฟนบอลเจ้าภาพแทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี เมื่อ เมซุต โอซิล โชว์จ่ายคิลเลอร์พาสให้ ซามี่ เคดิร่า ฮาร์ดแมนตัวรับจาก เรอัล มาดริด ยิงให้ทัพอินทรีเหล็ก นำขาด 5-0 นับเป็นสกอร์ที่สุดจะเหลือเชื่อทั้งๆ ที่เวลานั้นผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมงแรกของเกมเท่านั้น

ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แม้ บราซิล จะยังคงเป็นฝ่ายครองเกม และเปิดเกมรุกเข้าใส่หวังจะทวงประตูคืนให้ได้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของอดีตแชมป์โลกสามสมัยอย่าง เยอรมัน ได้ จบครึ่งแรก อินทรีเหล็ก นำห่างถึง 5-0


เริ่มเกมในครึ่งหลัง "เฟลิเปา" ตัดสินใจแก้เกมทันทีด้วยการส่ง เปาลินโญ่ กับ รามิเรส ลงมาเล่นแทน ฮัลค์ และ แฟร์นันดินโญ่ ออก โดยเฉพาะในรายของ ฮัลค์ ที่ถือว่าดับสนิทในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ขณะที่ โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ ถอด มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ออก พร้อมกับส่ง แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ แนบรับจาก อาร์เซน่อล ลงมาเล่นแทน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 52 ทัพแซมบ้า เกือบจะได้ประตูตีไข่แตก หลัง เฟร็ด จ่ายบอลให้กับ รามิเรส หลุดเข้าไปในกรอบ ก่อนจะตบมาให้ ออสการ์ ที่สปีดมารอที่จุดนัดพบแล้ว แต่ มานูเอล นอยเออร์ ยังโชว์เซฟ ปัดบอลออกไปได้

นาทีต่อมา บราซิล เดินหน้าบุกแหลก และได้ลุ้นอีกครั้ง จากลูกยิงของ ออสการ์ แต่ยังไม่ผ่านมือของยอดนายทวารเยอรมันไปได้อยู่ดี

"เซเลเซา" ยังครองเกมเอาไว้ได้ และคราวนี้เป็น เปาลินโญ่ ตัวสำรองที่ได้โอกาสเข้าไปซัดถึงสองครั้ง และก็ยังเป็น นอยเออร์ คนเดิมที่โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟระดับโลกเอาไว้ได้ ต้องบอกเลยว่านายทวารจาก บาเยิร์น มิวนิค รายนี้เด่นจริงๆ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

นาทีที่ 62 เยอรมัน โต้กลับขึ้นมา และเกือบจะได้ประตูครึ่งโหล หลัง โธมัส มุลเลอร์ ได้ลองส่องหน้ากรอบด้วยขวา แต่ ชูลิโอ เซซาร์ ยังบินปัดบอลข้ามคานออกไปได้

แต่แล้วในนาทีที่ 68 เจ้าภาพต้องมาชะตาขาดอีกคำรบ หลัง ฟิลิปป์ ลาห์ม หลุดเข้าไปปาดให้กับ อันเดร เชือร์เล่ ตำสำรองที่พึ่งลงสนามมาไม่นานยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย เยอรมัน นำขาดลอย 6-0 ทำเอาแฟนบอลทั้งโลกช็อคไปตามๆ กับ กับสกอร์ที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

ก่อนหมดเวลา 10 นาที ทัพ "อินทรีเหล็ก" ยังโชว์โหดไม่หยุด เมื่อ โธมัส มุลเลอร์ ที่ได้บอลอยู่ตรงทางกราบซ้าย จ่ายบอลให้ เชือร์เล่ เจ้าเก่า เกี่ยวบอลลงก่อนตะบันด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบคานเข้าไปแบบสุดงง เยอรมัน 7-0 บราซิล

นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน แข้ง "แซมบ้า" มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะที่ มาร์เซโล่ ผ่านบอลให้ ออสการ์ รับบอลในกรอบก่อนจะโชว์ล็อกหลบ เยโรม บัวเต็ง และซัดบอลผ่าน นอยเออร์ เข้าไปให้ บราซิล ไล่มาเป็น 1-7

จบเกมในรอบรองชนะเลิศคู่แรก "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ถล่มเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้ และอดีตแชมป์ 5 สมัยอย่าง บราซิล ไปอย่างขาดลอย 7-1 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้อย่างสุดยอด โดยจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เนเธอร์แลนด์ กับ อาร์เจนติน่า ต่อไป

สถิติที่น่าสนใจหลังเกมนี้คือ บราซิล มีโอกาสในการยิงถึง 18 ครั้ง เข้ากรอบ 13 แต่เปลี่ยนมาเป็นประตูได้เพียงแค่ลูกเดียว ส่วน เยอรมัน มีโอกาสยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 12 และเปลี่ยนเป็นประตูได้ถึง 7 ลูก ส่วนเปอร์เซ็นต์การครองบอล เป็น บราซิลที่เหนือกว่าเล็กน้อยคือ 51% ขณะที่จังหวะการผ่านบอลในเกมนั้น เป็นแข้ง "อินทรีเหล็ก" ที่ทำได้ดีกว่า และมากกว่าอย่างชัดเจนคือ ผ่านบอลไปทั้งสิ้น 592 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จถึง 81 %

 
บราซิล
ชูลิโอ เซซาร์ ; ดั๊กลาส ไมค่อน, ดาวิด ลุยซ์ (c), ดันเต้, มาร์เซโล่ ; หลุยซ์ กุสตาโว่, แฟร์นันดินโญ่, แบร์นาร์ด ; ออสการ์, ฮัล์ค, เฟร็ด

เยอรมัน
 มานูเอล นอยเออร์ ; ฟิลิปป์ ลาห์ม (c), เบเนดิคท์ โฮเวเดส, มัทส์ ฮุมเมิลส์, เยโรม บัวเต็ง ; ซามี่ เคดิร่า, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ; โทนี่ โครส, เมซุต โอซิล, โธมัส มุลเลอร์ ; มิโรสลาฟ โคลเซ่

ผู้ตัดสิน: มาร์โก โรดริเกซ (เม็กซิโก)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท