
กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต
อย. ประกาศกำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย
อย. ประกาศกำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย โดยยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2548 ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 เรื่องกำหนดลักษณะเครื่องสำอางที่ ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2548 และให้ประกาศฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2553 โดยให้เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ เป็นเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ได้แก่ เครื่องสำอางที่ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (Pseudomonas aeruginosa) สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans) และคลอสตริเดียม (Clostridium spp.) (เฉพาะเครื่องสำอางผสมสมุนไพร) ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค อีกทั้ง เครื่องสำอางที่ใช้บริเวณรอบดวงตา เครื่องสำอางที่สัมผัสเยื่อบุอ่อน และเครื่องสำอางสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ที่ตรวจพบจำนวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ ( Total aerobic plate count) มากกว่า 500 โคโลนีต่อกรัม และเครื่องสำอางอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนี้ที่ตรวจพบจำนวนรวม มากกว่า 1,000 โคโลนีต่อกรัม
ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.ได้นำประกาศ กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ขึ้นหน้าหลักของเว็บไซต์ อย. (www.fda.moph.go.th) ซึ่งผู้ผลิต นำเข้า หรือขาย ที่สนใจในรายละเอียดสามารถศึกษาดูได้ และตั้งแต่บัดนี้ หาก อย. ตรวจพบเครื่องสำอางที่ ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย โดยเครื่องสำอางที่ตรวจพบมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย หรือผู้ขายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเครื่องสำอางที่ตรวจไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค แต่พบว่าจำนวนรวมของจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อโรค เกินมาตรฐาน จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้เช่นกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







