
องค์กรเอกชนชี้ผู้ว่าฯรฟท.ลาออก
องค์กรเอกชนจี้ผู้ว่าฯรฟท.ลาออกแสดงความรับผิดชอบเด็กหญิง13ปีถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ
องค์กรเอกชนจี้ผู้ว่าฯรฟท.ลาออกแสดงความรับผิดชอบเด็กหญิง13ปีถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ
เมื่อวันที่8ก.ค.57 นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ท่าทีล่าสุดของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยต่อคดีด.ญ.วัย13ปีถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ใช่พนักงานของการรถไฟโดยตรง แต่ก็เป็นบริษัทเอกชนที่การรถไฟฯจ้างมา ดังนั้น ผู้ว่าการรถไฟฯควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และผู้ที่จะเข้ามาดูแลบริหารจัดการแทน ควรคัดเลือกคุณสมบัติพนักงาน และเข้มงวดอบรมพนักงานให้มีทัศนคติหญิงชายในมิติที่ดี ควรตรวจสอบคุณสมบัติของพนักงานบริษัทเอกชน หากพบว่ามีข้อบกพร่องก็ไม่ควรทำสัญญาว่าจ้างต่อ
"ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงสังคมรับไม่ได้ และครอบครัวคือผู้ที่บอบช้ำที่สุด จากกระทำซึ่งมีการเตรียมการก่อนก่อเหตุโดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้น ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของการรถไฟ ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความระแวงห่วงเรื่องความปลอดภัยแน่นอน"นายจะเด็จ กล่าว
นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า กรณีนี้ชัดเจนคือมีการดื่มก่อนก่อเหตุ หากมีการออกกฏหมายควบคุมการห้ามดื่ม หรือห้ามเร่ขายบนรถไฟ จะช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนและปัญหาการคุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาทได้
จากข้อมูลที่เครือข่ายฯได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารรถไฟที่มีอายุ15 ปีขึ้นไป ต่อปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟในพื้นที่สถานีหัวลำโพง สามเสน บางเขน บางซื่อ หลักสี่ ธนบุรี ลาดกระบัง หัวหมาก ระหว่างวันที่ 3-10 ธ.ค.2556จำนวน1,160 ตัวอย่าง พบว่า85.95% เห็นว่าการขายและดื่มสุราบนรถไฟเป็นปัญหาใหญ่และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร ส่วน 44.23% เห็นว่าเสียงดังรบกวนสร้างความรำคาญ29.31% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาท 10.60% เห็นว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ส่วนอีก 8.45% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการลวนลาม คุกคามทางเพศ และ 7.41% เห็นว่าเป็นสาเหตุของการลักขโมย โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด หรือ93.53% เห็นด้วยหากมีการออกกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มสุราบนรถไฟเพราะจะช่วยให้ผู้โดยสารมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และกลุ่มตัวอย่าง 86.03% เห็นด้วยหากกฎหมายนี้จะครอบคลุมไปถึงบริเวณสถานีรถไฟ







