
แนะไทยวิธีแก้ปัญหาแรงงานทาส
เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประมงไทยต้องเผชิญกับปัญหาหนัก หลังหนังสือพิมพ์สัญชาติอังกฤษ “เดอะ การ์เดียน” กล่าวหาว่า เรือประมงไทยเป็นแหล่งค้าแรงงานทาสสมัยใหม่ ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐลดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยมาอยู่ในอันดับเทียร์ 3 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุด
เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประมงไทยต้องเผชิญกับปัญหาหนัก หลังหนังสือพิมพ์สัญชาติอังกฤษ “เดอะ การ์เดียน” กล่าวหาว่า เรือประมงไทยเป็นแหล่งค้าแรงงานทาสสมัยใหม่ ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐลดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยมาอยู่ในอันดับเทียร์ 3 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุด
ด้วยสาเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้อุตสาหกรรมอาหารโลก รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนในธุรกิจนี้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเรื่องการค้าแรงงานมนุษย์ในอุตสาหกรรมอาหารของไทย
ยกตัวอย่างเช่น ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างเทสโก้และวอลมาร์ท ที่ออกมาประณามการค้าแรงงานมนุษย์ และประกาศว่าจะร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าวจากอุตสาหกรรมประมงไทย รวมทั้งขจัดการค้ามนุษย์อย่างผิดกฎหมายออกจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมอาหารส่งออกของไทยอีกด้วย
แม้เทสโก้จะยังไม่ตัดสัมพันธ์กับคู่ค้าไทย ทว่าคาร์ฟูร์ ห้างค้าปลีกชื่อดังจากฝรั่งเศส ตัดสินใจระงับคำสั่งซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งหมดจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ของไทย ที่ตกเป็นข่าวครึกโครมในหนังสือพิมพ์อังกฤษเรื่องการใช้แรงงานทาส
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่อยู่ในภาคการผลิตอาหารและการประมงของไทยต่างก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมดังกล่าว เช่นเดียวกับ ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ที่ปฏิเสธการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทยเช่นกัน
เว็บไซต์ฟู้ด เนวิเกเตอร์ เอเชีย ดอทคอม ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ภาคการผลิตอาหารไทยควรเร่งกำจัดปัญหาแรงงานทาสยุคใหม่นี้ให้หมดไป ซึ่งสิ่งสำคัญประการแรกที่ทุกบริษัทต้องทำคือการสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน
เช่นเดียวกับมูลนิธิความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม (อีเจเอฟ) ที่ระบุว่า ต้องแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาวจนถึงรากของปัญหา และการสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำสำหรับทุกบริษัทตามพันธกรณีภายใต้หลักปฏิบัติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ทางอีเจเอฟยังเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องค้าแรงงานอย่างผิดกฎหมายด้วยว่า ควรเริ่มจากการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ ของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อชี้เฉพาะลงไปยังพื้นที่ที่น่าจะเกิดปัญหาค้าแรงงานทาส โดยให้ทุกบริษัทบอกรายละเอียดต่างๆ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบด้วยความสัตย์จริง และไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทราบ โดยเน้นในพื้นที่ที่มักเกิดปัญหา
นอกจากนี้ บ็อบบี้ สตา มาเรีย นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตัวแทนจากศูนย์การวิจัยด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวว่า สิ่งนี้เป็นเสมือนโอกาสในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและนานาชาติในการส่งเสริมนโยบายที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงการปฏิบัติงานเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อกำจัดปัญหาแรงงานทาสให้หมดไป







