
หมอชี้เหตุออกกำลังกายดับส่วนใหญ่เพราะเส้นเลือดหัวใจตีบ
แพทย์เผยสาเหตุการเสียชีวิตขณะออกกำลังกายส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน ชี้ผู้ออกกำลังต้องหมั่นสังเกตอาการร่างกาย-ฟิตเนสควรมียารักษาเบื้องต้น
แพทย์เผยสาเหตุการเสียชีวิตขณะออกกำลังกายส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน ชี้ผู้ออกกำลังต้องหมั่นสังเกตอาการร่างกาย-ฟิตเนสควรมียารักษาเบื้องต้น
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นพ.ชูวิทย์ ลิขิตยิ่งวรา ประธานคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขต (อปสข.) เขต 4 สระบุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นกรณีมีผู้เสียชีวิตจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลันภายในสถานออกกำลังกาย หรือฟิตเนส ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ โดยระบุว่า การเสียชีวิตกระทันหันขณะออกกำลังกาย สาเหตุที่พบบ่อยๆคือเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน (STEMI) เมื่อออกกำลัง ร่างกายต้องการออกซิเจนและอาหารไปเสริมเพิ่มพลังโดยส่งผ่านทางกระแสเลือดโดยกระตุ้นให้หัวใจทำงานเร็วขึ้นและหนักขึ้น หากขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจจากเส้นเลือดตีบตัน หัวใจจะทำงาน overload และหยุดทำงานในที่สุด
หน้าที่สำคัญอยู่ที่ตัวผู้ออกกำลังกายต้องรู้ตัวเอง เช่น มีอาการของหัวใจขาดเลือดมาก่อนหรือไม่ ซึ่ง อาการที่มักแสดงออกคือ เจ็บแน่นหน้าอก อย่างรุนแรง ร้าวไปที่คางหรือไหล่ เหงื่อออกตัวเย็น ถ้ามีอาการขณะวิ่งบนสายพานต้องหยุดทันที บอกครูฝึกหรือเพื่อนที่ออกกำลังด้วยขอความช่วยเหลือ เช่น เคี้ยวแล้วกลืน แอสไพริน 300 มิลลิกรัมทันที (ยาตัวนี้ควรมีอยู่ที่ fitnessตลอดเวลา) ช่วยกันผายปอด/ปั้มหัวใจ และที่สำคัญต้องรีบส่ง โรงพยาบาลซึ่งสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดที่อุดตันได้ โดยการโทร. 1669 กระทรวงสาธารสุขและ สป.สช.มีโครงการ STEMI fast track รองรับอยู่ ยิ่งได้ยาละลายลิ่มเลือดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุชายวัย 38 ปี เสียชีวิตระหว่างออกกำลังกายภายใน ฟิตเนสในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.
ทั้งนี้เพื่อนผู้ตายได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า จากเหตุการณ์ที่ได้รับรู้จากภรรยาผู้เสียชีวิต และเพื่อนที่ไปอยู่ในเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้สมัครเป็นสมาชิกกับฟิตเนสและไปออกกำลังกายเป็นวันแรก เมื่อเข้าไปก็ได้รับทดสอบจากผู้ฝึกสอนส่วนตัวของทางฟิตเนส และก็ล้มลงในเวลาต่อมา แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดในฟิตเนสเลยที่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือจากเบาไปหาหนักแต่อย่างใด มีการจับชีพจร ให้ดมยาดมแค่นั้น จนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโทรหาภรรยาของผู้เสียชีวิต
เมื่อภรรยาขึ้นมาวิ่งไปเรียกรปภ.ห้างมาและทำการปั๊มหัวใจ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าทางฟิตเนสไม่มีพยาบาล หรือ วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่จะสามารถช่วยยื้อชีวิตเพื่อนผมเลย ซึ่งอ้างว่าเรื่องแบบนี้เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจะเป็นหน้าที่ของทางพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ของห้างเป็นผู้รับผิดชอบ กว่าหมอประจำห้าง(ซึ่งไม่แน่ใจว่าใช่หมอมั๊ย แต่ใส่ชุดกาวน์) หลังจากตรวจอาการและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในฟิตเนสก็รีบออกไปหลังจากนั้นได้ส่งร่างไปที่ รพ.ตำรวจ และชันสูตร พบว่า กล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานฉับพลัน







