
วัดใจ"คสช."ตั้งมาตรา 17 จุดเสี่ยง รธน.ชั่วคราว
ใกล้คลอดเต็มทีสำหรับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2553 ที่เบื้องต้น วิษณุ เครืองาม ยกร่างเสร็จเรียบร้อย 45 มาตรา โดยที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ใกล้คลอดเต็มทีสำหรับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2553 ที่เบื้องต้น วิษณุ เครืองาม ยกร่างเสร็จเรียบร้อย 45 มาตรา โดยที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณามีความเห็นให้ปรับแก้เล็กน้อย คาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยได้ไม่เกินเดือน ก.ค.นี้
นอกจากนี้ ต้องติดตามดูกรอบกติกาที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวจะกำหนดอำนาจหน้าที่ รูปแบบ “กลไก” ที่จะมาดำเนินการ “ปฏิรูป” นับจากนี้ไม่ว่าจะเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
อีกประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ อำนาจของ คสช.รวมถึงว่าที่นายกฯ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตอาจเห็นการปัดฝุ่น “มาตรา 17” ที่เคยปรากฏอยู่ในธรรมนูญปกครองหลายฉบับ ว่าด้วยเรื่องการให้อำนาจผู้นำแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกลับมาใช้ใหม่ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้ เพื่อความคล่องตัวในการเดินหน้า “ปฏิรูป”
จุดเริ่มต้นของมาตรา 17 เกิดขึ้นในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 โดยมี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเนื้อหาระบุว่า
“ในระหว่างที่ใช้ธรรมนูญนี้ ในกรณีที่นายกฯ เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร หรือราชบัลลังก์ หรือการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลาย ก่อกวน หรือคุกคามความสงบที่เกิดขึ้นภายในหรือมาจากภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกฯ โดยมติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการ หรือกระทำการใดๆ ได้ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำเช่นว่านั้นเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อนายกฯ ได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามความในวรรคก่อนแล้ว ให้นายกฯ แจ้งให้สภาทราบ”
บทบัญญัติดังกล่าวถือเป็นการให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้กับฝ่ายบริหาร โดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุล รวมทั้งตัดตอนความผิดที่อาจเกิดขึ้นจากฝ่ายบริหารให้เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด
ที่สำคัญยังพบว่าเนื้อหาในมาตราดังกล่าวยังคงสืบทอดต่อเนื่องมาถึงในธรรมนูญการปกครองหลายฉบับหลังการรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2515 แม้จะเปลี่ยนมาตราไปเป็นมาตรา 21 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2519 หรือมาตรา 27 ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2520
คำถามที่เกิดขึ้นเวลานี้คือ ณ สภาพการณ์ปัจจุบันยังคงจำเป็นที่จะต้องเปิดช่องให้อำนาจฝ่ายบริหารแบบล้นมืออีกต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะบทเรียนจากการใช้อำนาจผ่านมาตรา 17 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ถึงการทำเกินกว่าเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล
ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย การสั่งประหารชีวิตบ้านต้นเพลิงที่ตลาดพลู การสั่งยึดทรัพย์ จอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม กิตติขจร การสั่งยึดทรัพย์ จอมพลถนอม โดย สัญญา ธรรมศักดิ์
เหตุผลดังกล่าวทำให้รัฐธรรมนูญชั่วคราวหลังการรัฐประหาร 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฏเนื้อหาตามมาตรา 17 แต่ด้วยบุคลิกความขึงขังเอาจริงเอาจังและท่าทีแข็งกร้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ทั้งการประกาศล้างกลุ่มอิทธิพล มาเฟีย ยาเสพติด วินรถตู้ มอเตอร์ไซค์ ตู้ม้า สลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ ทำให้มีกระแสว่าอาจต้องเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินการเรื่องต่างๆ แม้จะต้องตามมาด้วยแรงเสียดทานอีกมากมาย
ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์ว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับฝ่ายบริหารขนาดนั้น เพราะอำนาจของ คสช.ภายใต้กฎอัยการศึกมีเพียงพออยู่แล้ว และที่ผ่านมามาตรา 17 ให้อำนาจฝ่ายบริหารในอดีตมากเกินไป ทั้งการแทรกแซงการทำงานของศาล การไปลงโทษผู้กระทำผิดแบบเด็ดขาด ซึ่งจะถูกมองได้ว่าไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
เจษฎ์ โทณวณิก นักวิชาการอิสระ ระบุว่า การมีมาตรา 17 คงไม่เหมาะสม หากจำเป็นที่ คสช.ต้องรักษาอำนาจก็ควรไปดูเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 ที่ยึดโยงอำนาจคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ผ่านกลไกอื่นๆ ไม่ใช่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือเหมือนรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยจัดการมาเฟีย วินมอเตอร์ไซค์ ยาเสพติด ก็ทำผ่านกลไก ทหาร ตำรวจ ดังนั้นแต่ละเรื่องไม่จำเป็นที่ คสช.จะต้องดำเนินการเองทั้งหมด
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการป้องกันการเช็กบิล คสช.ในภายหลังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรไปดำเนินการในส่วนอื่นๆ ที่ทีมงาน คสช.จะต้องไปหาวิธีต่อไป อย่างการนิรโทษที่จะทำให้จบแล้วจบเลยไม่สามารถฟ้องร้องทั้งทางแพ่ง ทางปกครอง ทางอาญาได้ ไม่เช่นนั้นต่อไปก็จะเป็นปัญหาอีก หากบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วมีคนไปแก้ไข
นับจากนี้ จึงต้องวัดใจว่า คสช.จะตัดสินใจกระชับอำนาจของตัวเองผ่านรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อย่างไร เนื้อหาตามมาตรา 17 ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในอดีตจะถูกปัดฝุ่นกลับมาอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้หรือไม่อย่างไร







