
21 วิธีคิด ที่ทำให้คนรวย..แตกต่าง (ตอนจบ)
เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง “21 วิธีคิด ที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง” ไปแล้วทั้งสิ้น 18 วิธีด้วยกัน วิธีการเหล่านี้อาจช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนวิธีคิดหรือสร้างวิธีคิดใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ในบทนี้ผมจะขอคุยให้คุณผู้อ่านเข้าใจอีก 3 วิธีสุดท้าย ดังนี้
เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง “21 วิธีคิด ที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง” ไปแล้วทั้งสิ้น 18 วิธีด้วยกัน วิธีการเหล่านี้อาจช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนวิธีคิดหรือสร้างวิธีคิดใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ในบทนี้ผมจะขอคุยให้คุณผู้อ่านเข้าใจอีก 3 วิธีสุดท้าย ดังนี้
19) คนทั่วไปมักจะชอบความปลอดภัย คนรวยมักจะแสวงหาความปลอดภัยบนความไม่แน่นอน
ในปัจจุบันมีคนฝากเงินประจำกับธนาคารเป็นจำนวนมาก เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า...
“เงินฝากประจำ...จะปลอดภัย แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตคุณ...อาจจะไม่ปลอดภัย”
สำหรับคนจบใหม่อายุซัก 20 ปี...ถ้าไม่ซื้อบ้าน ไม่ซื้อรถ และไม่มีแฟน โดยทั่วไปก็น่าจะใช้เวลาซัก 10 ปี กว่าจะได้เงินล้านบาท สรุปว่ากว่าจะได้เงิน 1 ล้านบาท อายุก็ต้องปาเข้าไปถึง 30 ปีแล้ว และหากนำเงินจำนวนนี้ไปฝากประจำกับธนาคารก็คงได้ดอกเบี้ยประมาณ 3% ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 24 ปี เงินล้านบาทจึงจะกลายเป็น 2 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นอายุก็จะวิ่งไปถึง 54 ปีเข้าไปแล้ว แม้ว่าอาจจะมีเงินออมเงินฝากตามเข้ามาอีกหลังจากอายุ 30 ปีไปแล้ว ผมก็คิดว่า...
“การออมเงินในลักษณะนี้...คงไปไม่รอด และชีวิตก็อาจจะต้องลำบากในช่วง...บั้นปลายของชีวิต”
ดังนั้น ทั้งคนจบใหม่และคนที่ทำงานมาหลายปีแล้ว คงจะต้องรีบเรียนรู้เรื่องการลงทุน ก่อนที่กาลเวลาจะมาบังคับคุณให้...ต้องเรียนรู้
20) คนทั่วไปจะไม่ค่อยใช้เงินเพื่อสุขภาพ คนรวยจะรู้วิธีที่จะใช้เงินเพื่อรักษาชีวิต
คนทั่วไปมักจะมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้มักจะละเลยเรื่องสุขภาพ หลังจากนั้นก็มักจะตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ในระยะยาวการเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นและมากขึ้น จนทำให้ค่ารักษาพยาบาลสูงเกินกว่าที่จะรับผิดชอบได้ และชีวิตของคนทั่วไปหลายต่อหลายคนก็มักจะจากไป...ก่อนเวลาอันควร
คนรวยมักจะใช้เงินซื้อสุขภาพ เพราะว่าคนรวยมักจะมีเงินเหลือใช้ เขาจึงมีเงินส่วนเกินความจำเป็นเป็นจำนวนมาก เขาจึงทุ่มเทเงินที่มีลงไปในการรักษาพยาบาล จึงทำให้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ก่อนที่มันจะมาทำร้ายสุขภาพของเขา และนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไม? คนรวยมักจะมีอายุยืนกว่าคนจน
21) คนทั่วไปเชื่อว่าเขามีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ เพื่อครอบครัว หรือเพื่อเงิน แต่คนรวยรู้ดีว่าเขาจะได้ทั้งสองอย่าง
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และมักจะชอบพูดแก้ตัวว่า “ผมเลือกครอบครัวมากกว่าที่จะเลือกธุรกิจ” ในโลกของความเป็นจริงทั้งสองสิ่งนี้เป็นตัวเลือกจริงหรือ? หากเราเลือกครอบครัวแล้ว...เราจะเลือกธุรกิจไม่ได้...จริงหรือ?
โรเบิร์ต คิโยซากิ เป็นตัวอย่างของคนคนหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า “คนรวยสามารถเลือกได้ทั้ง...ครอบครัว และ...ธุรกิจ” ในปี 2517 หลังจากที่คิโยซากิได้ลาออกจากการเป็นทหารเรือแล้ว เขาก็เริ่มต้นชีวิตด้วยการขายเครื่องถ่ายเอกสาร ต่อมาเขาก็ตั้งบริษัทของตนเองเพื่อจำหน่ายกระเป๋าเงินกันน้ำ แต่ไม่นานนักบริษัทดังกล่าวก็ต้องล้มละลาย
หลังจากนั้นเขาก็เปิดบริษัทขายเสื้อยืดอีก และลงท้ายด้วยการล้มละลายเช่นกัน แต่การล้มละลายครั้งหลังนี้ร้ายแรงกว่าครั้งก่อนๆ มากนัก เพราะมันได้ทำให้เขากลายเป็นคนไม่มีบ้าน และต้องไปพักอยู่กับแฟนของเขา ซึ่งภายหลังก็คือภรรยาของเขา “คิม คิโยซากิ” นั่นเอง
ในปี 2537 คิโยซากิได้เริ่มลงทุนใหม่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศออสเตรเลียและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เขาและคิม...ซึ่งในเวลานั้นทั้งสองคนได้แต่งงานกันแล้ว ได้ช่วยเหลือกันและพยายามสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเขาให้เติบใหญ่
หลังจากนั้นไม่นาน คิโยซากิก็ดังเป็นพลุแตก เมื่อเขาแต่งหนังสือที่มีชื่อว่า “พ่อรวย...สอนลูก (Rich Dad, Poor Dad)” หนังสือดังกล่าวพูดถึงการลงทุนของเขาและภรรยาซึ่งขายดีไปทั่วโลก
ณ บรรทัดนี้... คุณผู้อ่านก็ได้อ่าน “21 วิธีคิด ที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง” จนจบครบทั้ง 21 วิธีคิดแล้ว ที่เหลือก็คือ...
คุณผู้อ่านเริ่มต้น...เปลี่ยนวิธีคิดแล้วหรือยัง?
และเราจะสามารถนำวิธีคิดใหม่ๆ เหล่านี้...ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร?







