
คลังเล็งเพิ่มจีดีพีโต2.6%
คลังจ่อขยับจีดีพีใกล้ 2.6% หลังเศรษฐกิจฟื้น ส่งออกดีกว่าคาด
คลังจ่อขยับจีดีพีใกล้ 2.6% หลังเศรษฐกิจฟื้น ส่งออกดีกว่าคาด
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เร่งสำรวจภาพรวมตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีหลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าปัจจัยต่างๆ เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการส่งออกจากที่เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักก็เริ่มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงพิเศษที่น่าจับตาเรื่องสหภาพยุโรป (อียู) ส่งผลให้ผู้ส่งออกส่วนใหญ่วิตกกังวลมากก็ตาม แต่เชื่อว่าจะกระทบไม่มากนัก
“มีโอกาสที่จีดีพีปีนี้จะเติบโตได้มากกว่าหรือใกล้เคียงกับที่ สศค.คาดการณ์ไว้ที่ 2.6%” นายกฤษฎา กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่งปรับลดประมาณการจีดีพีของปีนี้ลงเหลือ 1.5% จาดเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.7%
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปลายเดือน ก.ค.นี้ สศค.จะมีการปรับประมาณการตัวเลขจีดีพีรวมถึงตัวเลขส่งออกใหม่ เพื่อให้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่แท้จริงมากขึ้น
สำหรับปัญหากับอียูคาดว่าอุตสาหกรรมส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ กุ้งสดแช่แข็ง อาหารกระป๋องแปรรูป และแช่แข็งเท่านั้น ซึ่งตัวเลขการส่งออกย้อนหลัง 5 ปีพบว่า ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวเพียง 2.94% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมประมงไปยังทวีปยุโรปในระดับ 13.14%
ด้าน นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในสายตาชาวต่างชาติยังคงมั่นใจในศักยภาพด้านการค้าการลงทุนของประเทศไทยและยังคงให้ความสนใจในสินค้าของไทยเหมือนเดิม หรือเพิ่มขึ้นบ้างในบางประเภท ทำให้ผู้ประกอบการไทยมั่นใจการค้าในต่างประเทศได้
ขณะเดียวกันข้าราชการประจำก็จะต้องทำหน้าที่ต่อไปตามนโยบายของ คสช.และแผนพัฒนาเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นการจัดฝึกอบรมและการจัดกิจกรรมให้กับผู้ประกอบการได้พัฒนาขีดความสามารถและพร้อมรับมือกับสินค้าจากต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาทำการตลาดในไทย เนื่องจากภาษีจะเหลือ 0% ทันทีเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ได้นำร่องอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ คพอ. ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้จัดอบรมขึ้นเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มีความรู้ในการประกอบการได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพและสามารถที่จะแข่งขันต่อตลาดการค้าภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซี







