posttoday
หลวงพ่อสอนไว้

หลวงพ่อสอนไว้

06 กรกฎาคม 2557

คุณคงไม่ลืมเหตุการณ์ “ครั้งแรกในชีวิต” ได้ง่ายๆ หรอก จริงไหม?

คุณคงไม่ลืมเหตุการณ์ “ครั้งแรกในชีวิต” ได้ง่ายๆ หรอก จริงไหม?

ประสบการณ์ครั้งแรกที่คนเราได้เจอกับตัวแบบจังๆ มักสร้างความตื่นเต้นและพิเศษเสียจนมิอาจลืมเลือนได้

แม้บางเรื่องอยากจะลืมแทบตายก็เถอะ

ผมจำได้แม่น วันที่ตัวเองเดินคอตกเข้าห้องขังเป็นครั้งแรกในชีวิต

เปล่าครับ ไม่ได้จี้ปล้น คดโกง หรือล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงสาวคนไหน ไม่ได้ไปทำร้าย ไล่เตะไล่ต่อยคู่อริเหมือนวัยรุ่นเลือดร้อน ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้น

แต่ผมโง่กว่านั้น เพราะโดนคดีเมาแล้วขับ

ทั้งที่ทางการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับกันโครมๆ ตำรวจออกมาฮึ่มฮั่มตั้งด่านทุกคืน แต่ด้วยความคิดมักง่ายที่ว่า “เอาน่า นิดหน่อยคงไม่เป็นไร” ได้สอนบทเรียนให้แก่ชายหนุ่มจดจำไว้ในหัวใจไปตลอดกาล

คืนนั้น หลังเลิกงานผมกับเพื่อนชักชวนกันหาอะไรรองท้องก่อนกลับบ้าน กินไปพลางคุยไปพลาง ใครไม่รู้นึกสนุกสั่งเบียร์มาดื่ม เลยล่อกันจนหน้าตึง ก่อนเรียกคิดเงิน แยกย้ายทางใครทางมัน ผมขับรถอย่างเชื่องช้ากว่าปกติสามเท่า ยัดลูกอมใส่ปาก เอาน้ำเย็นลูบหน้า หวังให้ตื่นตัว ทันใดนั้นเองสายตาปรือๆ ก็พลันเห็นแสงไฟจากไซเรนวูบวาบไปทั้งถนน รถติดยาวเหยียด

อั้ยยะ ด่านตรวจแอลกอฮอล์

ทันทีที่ลดกระจกลง คุณตำรวจนายหนึ่งเข้ามาตะเบ๊ะหนึ่งที พร้อมยื่นเครื่องตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ แกบอก “ขอตรวจหน่อยนะคร้าบ” ผมเป่าพรวดตามคำขอ ค่าที่ตรวจวัดได้คือ 73 มิลลิกรัม ซึ่งเกินจากเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้คือห้ามเกิน 50 มิลลิกรัม

ท้ายสุดก็ถูกอัญเชิญลงจากรถและถูกดำเนินคดีทันที

ห้องขังบนสถานีตำรวจเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ติดลูกกรงเหล็กแน่นหนา มีเพียงแค่หน้าต่างบานเล็กๆ ไว้ระบายอากาศ มีส้วมแบบคอห่านตั้งอยู่ในบล็อกแคบๆ โชคดีไม่มีผู้ต้องขังแออัดเบียดเสียดเหมือนที่เคยอ่านในนิยายเรื่อง “เส้นทางมาเฟีย” “ขังเดี่ยว” “บันทึกเถื่อน” ของสุริยัน ศักดิ์ไธสง มีเพียงผมกับชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งโดนคดีเมาแล้วขับนั่งสงบสติอารมณ์กันอยู่เงียบๆ

ร้อนก็ร้อน ง่วงก็ง่วง การที่ต้องมาอยู่ในห้องขังดึกๆ ดื่นๆ เป็นอะไรที่ทรมานเหลือเกิน

ครึ่งชั่วโมงแรกผ่านไปด้วยความรู้สึกเหมือนมาเข้าค่ายลูกเสือ สิ่งแวดล้อมรอบตัวชวนให้ตื่นเต้น แปลกตาไปเสียหมด ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เริ่มคิดถึงครอบครัว เพื่อนฝูง คล้ายกับคนหลงทางต้องการความช่วยเหลือ ผ่านมาถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เริ่มโทษตัวเองว่าไม่น่าเลย ทำไมเลิกงานต้องเถลไถล ไม่ยอมกลับบ้าน คิดถึงฝักบัว คิดถึงหมอน คิดถึงห้องแอร์เย็นๆ เมื่อครบสองชั่วโมงเต็ม จิตใจเริ่มกระเจิดกระเจิง อยากแปลงร่างเป็นยุง เป็นแมลงเม่า เป็นจิ้งจก เป็นอะไรก็ได้ที่จะพาตัวเองออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ความคิดกำลังฟุ้งซ่าน แบตโทรศัพท์มือถือใกล้จะหมด เพื่อนก็เดินทางมาถึงพร้อมเงินประกันตัว 2 หมื่นบาท ช่วยพาผมกลับบ้าน โดยที่หัวใจไม่บุบสลายไปกว่านี้

พูดตรงๆ ว่าเข็ดแล้วครับ ใครไม่โดนกับตัวไม่รู้หรอก

สองชั่วโมงเต็มในกรงขัง บวกกับอีกครึ่งวันที่ต้องเดินทางไปขึ้นศาลเพื่อฟังการพิจารณาลงโทษ แถมโดนยึดใบอนุญาตขับขี่อีก 6 เดือน

เสียทั้งเงินทอง เสียทั้งเวลา แลกกับความสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วครู่

ตอนนี้ผมเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นบทเรียน เลิกดื่มแล้วขับโดยเด็ดขาด เพราะไม่มีใครรู้ว่าความซวยจะมาเยือนเราเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เรื่องโง่ๆ ที่ไม่ควรเกิดมันเกิดขึ้นอีก

ถึงบรรทัดนี้ นึกถึงคำท่านพุทธทาสภิกขุที่กล่าวไว้ว่า

จำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรทำ เลิกสิ่งที่ควรเลิก มิฉะนั้นจะเป็นคนจมอยู่ในนรกตลอดเวลา

สาธุครับหลวงพ่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท