
กงล้อประวัติศาสตร์ (3)
ยุคของจอมพลสฤษดิ์ได้มีการจัดตั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้น
ยุคของจอมพลสฤษดิ์ได้มีการจัดตั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้น ทำหน้าที่ศึกษาภาวะเศรษฐกิจและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างเป็นระบบและมีแผนเป็นขั้นเป็นตอน และกล่าวได้ว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ไทยได้มีการวางแผนทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ที่แผนเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ได้ล้มลงไปด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นแผนเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เพราะการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้เองที่ทำให้ยุคของจอมพลสฤษดิ์เปิดโอกาสให้คนดีมีความสามารถ และซื่อสัตย์สุจริตที่เข้ามารับราชการ ได้ทำประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็น ม.ล.เดช สนิทวงศ์ นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ นายบุญมา วงศ์สวรรค์ นายฉลอง ปึงตระกูล นายเสนาะ อูนากูล นายเกษม จาติกวณิช นายอำนวย วีรวรรณ นายพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา ฯลฯ
นอกจากนี้ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยังได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศให้เกิดความก้าวหน้าในทุกทาง โดยได้จัดตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขึ้นมา เพื่อรวบรวมทรัพยากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทั้งหลายที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ ให้เข้ามาอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ และให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เห็นผลตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจอมพลสฤษดิ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการด้วยตนเองตั้งแต่แรกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามที่ได้แถลงนโยบายต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2502 มีความตอนหนึ่งว่า
“ในการบริหารประเทศในครั้งนี้ รัฐบาลนี้เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องแก้ไขและปรับปรุงการเศรษฐกิจของประเทศเป็นเรื่องใหญ่และเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีรายได้ที่แท้จริงสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ระดับการครองชีพของประชาชนสูงขึ้นด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจะได้ปรับปรุงการคลังและการเงินของประเทศ ดำเนินการส่งเสริมการเกษตรกรรม การสหกรณ์ การอุตสาหกรรมและการค้า ตลอดจนคมนาคมให้ก้าวหน้า เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างกว้างขวางมากขึ้น”
นอกจากการตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติแล้ว จอมพลสฤษดิ์ยังมีดำริให้ก่อตั้งสำนักงบประมาณ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลังขึ้นมา เพื่อดูแลจัดระเบียบการใช้งบประมาณในการพัฒนาประเทศ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศ จัดให้มีการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำขนาดใหญ่ นอกเหนือจากเขื่อนภูมิพลกระจายออกไปทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ จัดให้มีการสร้างถนนสายหลักเชื่อมโยงไปทั่วทุกภาคส่วนของประเทศ สนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันที่ศรีราชา มีการก่อตั้งบริษัท การบินไทย จนสามารถเปิดเที่ยวบินครั้งแรกสายกรุงเทพฯฮ่องกง เมื่อเดือน พ.ค. 2506 มีการก่อตั้งกองทุนสงเคราะห์สวนยาง จัดตั้งสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท จัดตั้งสหกรณ์การเกษตร จัดตั้งสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรเพื่อดำเนินงานบริการแก่สมาชิกในลักษณะอเนกประสงค์ เช่น ให้สินเชื่อการเกษตร การปรับปรุงแหล่งน้ำ การพัฒนาที่ดินทำกินของเหล่าสมาชิก การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ การจัดหาวัสดุการเกษตร รวมไปถึงการรวบรวมผลิตผลของสมาชิกเพื่อไปจำหน่าย หรือการแปรรูปออกจำหน่ายจนสามารถพัฒนามาสู่การจัดสหกรณ์ศูนย์สาธิตร่วมมือกันระหว่างหน่วยราชการจัดสหกรณ์ตามโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามโครงการตามพระราชประสงค์มาจนปัจจุบันนี้ เช่น โครงการหุบกะพง จ.เพชรบุรี โครงการหนองพลับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการทุ่งลุยลาย จ.ชัยภูมิ โครงการเขื่อนเจ้าเณร จ.กาญจนบุรี โครงการดอนขุนห้วย จ.เพชรบุรี โครงการโป่งกระทิง จ.เชียงใหม่ โครงการห้วยมะนาว จ.เชียงใหม่ โครงการทุ่งลิปะสะโง จ.ปัตตานี โครงการพัฒนาข้าวโพด จ.ลพบุรี โครงการห้วยสัตว์ใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และโครงการเขื่อนบางหลวง จ.ยะลา เป็นต้น ทำให้มีเกษตรซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่อยู่ในโครงการแรกเริ่มประมาณ 4 หมื่นครอบครัว รวมพื้นที่โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์สาธิตสหกรณ์กว่า 2 แสนไร่ และมีการขยายศูนย์สาธิตนี้ออกไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม เมื่อพิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร สามารถแก้ปัญหาและเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่เกษตรกรได้ตามเป้าหมาย
ในปี 2504 รัฐบาลเดนมาร์กได้ให้ความช่วยเหลือกรมปศุสัตว์ตามโครงการโคนมไทยเดนมาร์ค เริ่มที่สถานีพืชอาหารสัตว์มวกเหล็ก โดยนำวัวพันธุ์เรดเดนเข้ามาเป็นวัวหลักในการเลี้ยงโคนม และพัฒนามาเป็นองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเวลาต่อมา
ในด้านการสาธารณสุขและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ก็ได้จัดให้มีการขยายและปรับปรุงการสาธารณสุขชุมชนในด้านต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ส่งเสริมการศึกษาวิชาการแพทย์ด้วยการสนับสนุนให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิชาการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จัดให้มีงบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ตลอดจนงบประมาณในการสร้างตึกเพื่อรองรับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ให้มากขึ้น อีกทั้งได้ขอความร่วมมือช่วยเหลือจากนานาประเทศ ในการส่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ขอความร่วมมือช่วยเหลือจากมิตรประเทศ เพื่อการพัฒนาทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้มีการสร้างตึกผู้ป่วย เช่น ตึกธนะรัชต์ และตึกสุทธิสารณกร ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และได้จัดตั้งสภาการศึกษาแห่งชาติเพื่อส่งเสริมระบบการศึกษาให้เจริญก้าวหน้า ดำเนินการโอนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือกับนานาประเทศในการส่งเสริมการศึกษาชาติ มีการก่อตั้งศูนย์โทรคมนาคม โรงเรียนอาชีวะ และอื่นๆ ในด้านความมั่นคงของประเทศ นอกจากจอมพลสฤษดิ์จะได้จัดตั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ประเทศไทยยังได้ให้ความร่วมมือกับมิตรประเทศในโลกเสรีอย่างแข็งขันในการต่อสู้และป้องกันภัยรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์ โดยได้แลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการทหารกับต่างประเทศ ได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับประเทศภาคีอีก 7 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ทำให้ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลืออย่างมากมายในการพัฒนากองทัพ ทั้งในด้านการศึกษา การฝึกอบรม การศึกษาดูงานในต่างประเทศ การจัดศูนย์ฝึกอบรมทางทหาร ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพไทยด้วย
จากการที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางทหารกับต่างประเทศเพื่อความมั่นคงของประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีกองทัพที่มีสมรรถภาพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีการขยายกำลังด้านการจัดการและกำลังพล ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัย ภายในระยะเวลารวดเร็วประเทศไทยสามารถฟื้นตัวจากการอ่อนกำลังทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร กลายเป็นประเทศที่มีแสนยานุภาพทหารเพียงพอ จนสามารถส่งกำลังทหารไปร่วมรบกับมิตรประเทศในเวียดนามใต้ได้ และสามารถช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา รวมทั้งได้ให้การฝึกศึกษาทางทหารอีกด้วย
จากการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศที่ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้ประเทศไทยได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ได้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร อันเป็นธรรมนูญการปกครองชั่วคราวนั้น ได้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีพิธีเปิดประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2502 แต่ได้ใช้ระยะเวลาร่างนานต่อมาอย่างเหลือเชื่อ ในการกินเวลาร่างยาวนานถึงเกือบ 10 ปี







