
ผงะโกดังข้าว‘ปลอม-เน่า-หาย’อื้อ
ม.ล.ปนัดดา แฉ ตรวจสต๊อกข้าวในโกดัง 2 วัน พบเวียนเทียนเพียบ
ม.ล.ปนัดดา แฉ ตรวจสต๊อกข้าวในโกดัง 2 วัน พบเวียนเทียนเพียบ
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผลเบื้องต้นการตรวจโกดังข้าว วันที่สองพบมีทั้งข้าวหายจำนวนมาก เลขรหัสข้างกระสอบไม่ตรงกับเอกสารที่แจ้งไว้เหมือนเป็นการเวียนเทียนข้าว หรือ “เปาเกา” คือ การนำข้าวออกจากโกดังไปเร่ขายให้โรงสี แล้วโรงสีจะซื้อข้าวเก่าส่งเข้าโกดังแทน
นอกจากนี้ ยังมีข้าวเน่า ข้าวปลอม ไม่มีการรมยาโดยบริษัทเอกชนรับผิดชอบ บางแห่งพบข้าวร่วนป่นจนเป็นผง รวมถึงการจัดเรียงกระสอบข้าวไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยตามหมวดหมู่เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ
“ทำไมระบบของประเทศชาติจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ทั้งไม่ยึดธรรมาภิบาลทางการบริหารจัดการ และสร้างความทุกข์ยากแก่พี่น้องชาวนา” ม.ล.ปนัดดา ระบุ
ขณะที่นายประสิทธิ์ สืบชนะ ประธานคณะกรรมการตรวจนับจำนวนข้าวชุดที่ 44 ได้ตรวจโกดังโรงสีห้างหุ้นส่วนจำกัดพรเจริญทวีโชค จ.อุบลราชธานี พบข้าวหายไป 688 กระสอบ หรือ 68,749 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) อ้างว่าเมื่อเก็บข้าวไว้เป็นเวลานานทำให้มีน้ำหนักลดลง
นายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศกรณ์ คณะทำงานตรวจสอบปริมาณข้าวและคุณภาพข้าวชุดที่ 47 เปิดเผยว่า การตรวจสอบโกดังข้าว หจก.พืชสุวรรณธัญญากิจ จ.อุทัยธานี พบว่าในโกดังที่ 3 พบเป็นข้าวสอดไส้ คือ เป็นข้าวท่อน ทั้งที่จริงแล้วต้องเป็นข้าวเต็มเมล็ด ส่วนโกดังที่ 10 เกือบทุกกองเป็นเมล็ดเหลือง ซึ่งหากเป็นข้าวในฤดูผลิตปี 2556/2557 จริง เมล็ดข้าวจะต้องขาว
สำหรับที่ จ.นครราชสีมา มีโกดังกลางที่ร่วมโครงการ 47 โกดัง มีปริมาณข้าวทั้งหมดกว่า 5 แสนตัน ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 2 ได้แบ่งกำลังตรวจสอบเป็น 3 ชุด โดยในชุดที่ 1 ได้ตรวจสอบโกดังข้าวไปแล้วทั้งสิ้น 3 โกดัง พบข้าวหายจากโกดังที่ 1 จำนวน 228 กระสอบ ส่วนชุดที่ 2 ได้ตรวจสอบภายในพื้นที่ อ.ปักธงชัย พบข้าวครบตามจำนวน แต่สภาพโกดังสกปรก คับแคบ ทำให้การตรวจเช็กเป็นไปค่อนข้างลำบาก
ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวหลังหารือร่วมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายเศรษฐกิจ ว่า ทางสมาคมได้เสนอให้ คสช.ระบายข้าวอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการตรวจสอบข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อก 18 ล้านตัน
ทั้งนี้ เพราะเป็นช่วงขาขึ้นของราคาข้าวในตลาดโลก ประกอบกับราคาในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 410-415 เหรียญสหรัฐ/ตัน (ราว 1.3-1.5 หมื่นบาท/ตัน) ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงแข่งขันกับเวียดนามได้ เพราะหากไม่ใช้โอกาสนี้ หรือทำล่าช้าไปก็อาจเสียโอกาสไปได้
“หากมีการตรวจแล้วว่าข้าวโกดังไหนมีความถูกต้องและยังมีคุณภาพดีอยู่ก็ควรเร่งนำออกมาระบาย เพื่อไม่ให้เสียโอกาส แต่ไม่ต้องทำแบบเร่งรีบเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา โดยจะต้องดูจังหวะและความพร้อมก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา” นายชูเกียรติ กล่าว
ขณะเดียวกัน ในช่วงนี้ คสช.ควรจะใช้ความสัมพันธ์อันดีทางการทหารดึงคู่ค้าในตลาดเก่ากลับมา เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย อิรัก จีน และฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับผลผลิตข้าวนาปีรอบใหม่ที่ออกมา และอาจจะต้องเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพื่อรองรับกับผลผลิตที่จะออกมาในเร็วๆ นี้







