
คสช.สั่งลุยปรายยาเสพติด
รักษาการปลัดยธ.เผย"บิ๊กต็อก"สั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่-ป.ป.ท.ปราบยาเสพติดในเรือนจำให้สิ้นซาก เน้น 3 มาตรการสำคัญ ส่วนป.ป.ท.ให้เข้มจับตาเจ้าหน้าที่เรือนจำ
รักษาการปลัดยธ.เผย"บิ๊กต็อก"สั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่-ป.ป.ท.ปราบยาเสพติดในเรือนจำให้สิ้นซาก เน้น 3 มาตรการสำคัญ ส่วนป.ป.ท.ให้เข้มจับตาเจ้าหน้าทีเรือนจำ
นายชาวเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หลังจากคสช.มีคำสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ตนและนายประยงค์ ปรียาจิตร์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) นายเพิ่มพงษ์ ชวลิต เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และนายวิทยา สุริยวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เข้าพบกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อรับฟังนโยบายด้านยาเสพติดและการปราบปรามการทุจริต โดยพล.อ.ไพบูลย์ ย้ำในแนวทางที่เคยมอบนโยบายซึ่งสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำให้เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ โดยให้ป.ป.ท.เข้าไปร่วมตรวจสอบดูแลการดำเนินงานในกรมราชทัณฑ์ให้เป็นรูปธรรมซึ่งไม่ใช่การเข้าไปจับผิดแต่มอบหมายให้ป.ป.ท.จัดมาตรการเสริมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ทำงานด้วยความมั่นใจมากขึ้น ส่วนของป.ป.ส.ให้ดำเนินการตามมาตรการเดิมให้ได้ผลสำเร็จ
ด้านนายวิทยา กล่าวว่า พล.อ.ไพบูลย์ กำชับให้ตนเข้าไปดูแลงาน 3 ด้าน คือ 1.เรื่องความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังแม้คนเหล่านี้จะถูกคุมขังเพราะทำผิดคดีอาญา แต่กรมราชทัณฑ์ต้องดูแลให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมโทษทางอาญาที่ได้รับ สำหรับปัญหายาเสพติดกรมราชทัณฑ์ต้องร่วมมือกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายภายนอก เพราะเรือนจำเป็นหน่วยงานตั้งรับ หากสังคมภายนอกแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้ ผู้กระทำความผิดก็จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจนทำให้ ปัจจุบันผู้ต้องขังกว่า 70%ทั่วประเทศเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด 2. พล.อ.ไพบูลย์ยังยืนยันนโยบายเดิมให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินมาตรการเดิมด้วยการกำจับการลักลอบนำยาเสพติดเข้าเรือนจำให้หมดสิ้น ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต้องขังไม่เข็ดหลาบแม้จะถูกจับกุมคุมขังแต่ก็ยังลักลอบนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาทำผิดได้อีก และ 3. พล.อ.ไพบูลย์ กำชับเรื่องความซื่อตรงของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นโยบายควบคุมและบริหารต้องตรงไปตรงมาทั้งในเรื่องอาหารในเรือนจำและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง เรื่องการรับสินบนจากผู้ต้องขังต้องไม่มีหากเจ้าหน้าที่ทำผิดต้องมีการลงโทษทางวินัยpอย่างเด็ดขาด
“ผมมีแผนเข้าไปแก้ไขปัญหาเรือนจำตามนโยบายของคสช. ที่ผ่านมาก็เคยผ่านงานด้านราชทัณฑ์มาแล้วทั้งในเรือนจำพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา และเรือนจำกลางคลองเปรม ดังนั้นจะใช้ประสบการณ์และความรู้ที่มีอยู่ไปแก้ปัญหา โดยจะพยายามเรียกประชุมผบ.เรือนจำทั่วประเทศให้น้อยที่สุด เพราะในการเรียกประชุมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางและที่พักสูงกว่าล้านบาท ยืนยันว่าการทำงานของตนจะต้องชัดเจนก่อนที่จะมอบหมายให้เรือนจำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาบริหารกรมราชทัณฑ์เพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกเรือนจำ ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นไม่ใช่เป็นการเข้ามาจับผิด” นายวิทยา กล่าว
ที้งนี้ในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ถูกคำสั่งคสช.ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมมีกำหนดส่งมอบงานในหน้าที่ให้กับนายวิทยา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่







