posttoday
พลิกงบ5หมื่นล้านอัดฉีดจีดีพีโตทะลุ2%สั่งแบงก์รัฐปล่อยกู้

พลิกงบ5หมื่นล้านอัดฉีดจีดีพีโตทะลุ2%สั่งแบงก์รัฐปล่อยกู้

05 กรกฎาคม 2557

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5% ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ที่ระดับมากกว่า 2%

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5% ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ที่ระดับมากกว่า 2%

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ก.ค. ว่า จากการตรวจสอบงบประมาณปี 2557 พบว่ามีงบประมาณของหลายกระทรวงยังไม่มีแผนงานโครงการรองรับประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง คสช.จะนำแผนการโครงการงบประมาณเหล่านั้นมาพิจารณาเพิ่มในแผนงานโครงการที่ยังไม่สมบูรณ์และมีความเร่งด่วนสูง โดยเฉพาะการปรับงบประมาณดังกล่าว 1 หมื่นล้านบาท มาลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำเร่งด่วนในปี 2557 และต่อเนื่องในปี 2558

นอกจากนี้ คสช.ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น จากข้อมูล ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่ง คสช.จะพยายามผลักดันให้ได้เกิน 2%

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ กระตุ้นเศรษฐกิจของคนรายได้น้อย โดยให้ธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พิจารณาโครงการต่างๆ ให้กลุ่มประชาชนได้กู้ยืมไปลงทุนให้มากขึ้น

สำหรับการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า คสช.พยายามปรับปรุงให้คนไม่ดีที่มีอยู่น้อยกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคมให้ได้ คงไม่สามารถจะปรับคนทุกคนออกไป ทั้งคนที่ไม่พอใจ ไม่ชอบได้ทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ย้ำว่าหากแผนงานโครงการหน่วยงานใดมีความผิดปกติหรือมีมูลจะรีบนำเข้าสู่กระบวนการโดยทันที “ปัจจุบันได้พิจารณาคัดสรรคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อตรวจสอบโครงการทุกโครงการที่มีปัญหา” หัวหน้า คสช.ระบุ

ด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตให้ คสช.พิจารณาและสั่งการให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติภายในสัปดาห์หน้า

สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ข้อเสนอมี 3 กลุ่ม ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 มาตรการหรือข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช.เคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามอำนาจในมาตรา 19 (11) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

มาตรการนี้ ครม.มีมติรับทราบและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติแล้ว แต่หน่วยงานยังไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่ง ป.ป.ช.จะเสนอ คสช.เพื่อยืนยันมาตรการและข้อเสนอแนะรวม 7 เรื่อง ประกอบด้วย

1.ข้อเสนอแนะโครงการจัดซื้อรถโดยสารสาธารณะใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำนวน 2,183 คัน 2.ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตและความเสียหายโครงการระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ

3.การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง หรือบุคคลดำรงตำแหน่งในกรรมการรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง 4.มาตรการป้องกันการทุจริตการจัดสรรโควตาและการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา 5.การสร้างความโปร่งใสในการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง

6.ข้อเสนอแนะปรับปรุงการปฏิบัติราชการเพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตเรื่องการบูรณาการป้องกันการทุจริตของโครงการภาครัฐ 7.มาตรการป้องกันการทุจริต ปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

กลุ่มที่ 2 เป็นมาตรการหรือข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช.ได้เคยเสนอต่อ ครม.ตามอำนาจในเช่นเดียวกับกลุ่ม 1 แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาจาก ครม. รวม 3 เรื่อง ดังนี้ 1.ข้อเสนอแนะป้องกันการทุจริตและความเสียหายของทางราชการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ

2.มาตรการป้องกันการทุจริตเรื่องการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรณีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา 3.มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

สำหรับกลุ่มที่ 3 เป็นมาตรการหรือข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อ ครม. ประกอบด้วย การป้องกันการทุจริตและการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ การป้องกันการจัดทำนโยบายในการหาเสียงของพรรคการเมือง เพื่อป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย

รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้สมัครรับเลือกตั้งระดับชาติก่อนเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมหน้าการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายครั้งสำคัญ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท