posttoday
สื่อมวลชนต้องพัฒนาคนข่าวต่อต้านโกง

สื่อมวลชนต้องพัฒนาคนข่าวต่อต้านโกง

04 กรกฎาคม 2557

สื่อต้องให้ความรู้นำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นคือบ่อนทำลายไปจนถึงขั้นล่มสลายของชาติ

สื่อต้องให้ความรู้นำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นคือบ่อนทำลายไปจนถึงขั้นล่มสลายของชาติ

หมายเหตุ: สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาเรื่อง “บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ

กล้าณรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมีอิทธิพบต่อการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณะได้มาก แต่การดำรงอยู่ของสื่อนั้นจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีกลุ่มทุนให้การสนับสนุน ด้วยการลงโฆษณาและคนที่มีอำนาจในการลงโฆษณามากที่สุดคือรัฐบาล หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจะเข้ามามีบทบาทในการคุมทิศทางสื่อได้ และเมื่อสื่อมวลชนให้การสนับสนุนรัฐบาล ก็จะลดการตรวจสอบลง ซึ่งเปิดโอกาสให้การทุจริตคอร์รัปชั่นดำเนินไปโดยไม่มีใครเฝ้าจับตา แต่ถ้าหากไม่ลดการตรวจสอบก็ยากที่รัฐบาลจะสนับสนุนโฆษณาต่อไป ดังนั้นสื่อมวลชนจะต้องคงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับสาเหตุของการคอร์รัปชั่น เกิดจาก 5 ประการ 1.วัตถุนิยม 2.โครงสร้างของไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ เป็นสังคมแนวดิ่งเช่น นักการเมืองกับข้าราชการประจำ 3.กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง เนื่องจากองค์กรอิสระถูกกดดัน 4. แทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล และ5.ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายเพิกเฉยต่อปัญหา

ทั้งนี้ การคอร์รัปชั่น ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมเป็นการรับสินบนมาเป็นการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย เช่นการออกพระราชกำหนด ,พระราชบัญญัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลหนึ่งไม่ใช่เพื่อสาธารณะ ถือเป็นการกระทำผิดต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยมีผลจากการสำรวจจากเอแบคโพล พ.ศ.2556 พบว่า ประชาชนพบเห็น ปัญหาการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง คิดเป็น 87.5%  การลัดคิวข้ามขั้นตอน 87.0% การให้สินบนเจ้าหน้าที่ 80.2% 

ถัดมาพบว่า ข้าราชการเคยออกไปทำธุรกิจส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาต 81.2% ข้าราชการเคยยักยอกทรัพย์สิน 83.6% และคนที่ทำให้เกิดปัญหาการคอร์รัปชั่นมากที่สุดคือ นักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ทั้งหมดสะท้อนภาพปัญหาที่คนในสังคมไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ตลอด 

ดังนั้นบทบาทของสื่อจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการนำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดความเสียหายอะไรบ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ขาดศีลธรรม คุณธรรม ทำลายเศรษฐกิจ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไปจนถึงการล่มสลายของชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาของประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนมีบทบาทช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้ด้วยการทำข่าวเชิงสืบสวน เนื่องจากข้อมูลที่สื่อหามาได้นั้น ทางป.ป.ช.สามารถนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ แต่สื่อต้องยึดข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และเสนอข่าวที่ให้โอกาสแก่องค์กรที่กำลังถูกตรวจสอบด้วย เปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบได้ชี้แจงเหตุผลที่แท้จริง ซึ่งถ้าสื่อมวลชนเจาะลึกเรื่องราวให้รู้จริง จะเกิดผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อมวลชนได้

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของคดีมีสำคัญกว่าข้อกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริงจะแสดงให้เห็นถึงเหตุและผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นบทบาทของกฎหมายจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ถูกต้องตรงจุด ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงต้องพยายามหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อสาธารณะ จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

จักรกฤษ เพิ่มพูน ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวถึงภูมิทัศสื่อยุคใหม่ว่า สิ่งที่ประชาชนกำลังรับชมเนื้อหาสาระในทีวีดิจิทัลอยู่ขณะนี้ ยังไม่มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะทีวีดิจิทัลกำลังเร่งระดมออกข่าวมาเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตข่าวอย่างเดียว ทำให้ความใส่ใจในคุณภาพข่าวนั้นน้อยลง ด้านหนึ่งบทบาทของสื่อมวลชนก็ทำข่าวสืบสวนสอบสวนน้อยลงด้วยเช่นกัน เมื่อพูดถึงเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น จึงดูเหมือนเป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น ไม่มีการลงมือทำให้เห็นข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ซึ่งผู้ที่กำลังทำหน้าที่จึงควรกลับมาทบทวนถึงคุณภาพข่าวอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพของคนดูให้มากขึ้นตามไปด้วย

ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถ้านักข่าวไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอก็ไม่จำเป็นต้องมีนักข่าวอีกต่อไป เพราะใครก็ตามสามารถเป็นสื่อมวลชนได้ ประชาชนทุกคนมีช่องทางนำเสนอ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ นักข่าวต้องมีความมืออาชีพ คือ การเรียนรู้ว่าสิ่งที่รายงานนั้นเป้าหมายต้องการให้เกิดผลอย่างไร เพราะข้อมูลข่าวสารที่ใครก็สื่อสารได้นั้นไม่มีการกลั่นกรองหรือคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นจากการนำเสนอ

สุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ภาคพื้นดินระดับชาติ กล่าวว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านของสื่อหลากหลายประเภท มาเป็นทีวีดิจิทัลยุคใหม่ที่มีจำนวน 24 ช่อง คือ ทุกช่องกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากถูกบังคับโดยข้อกำหนดที่ต้องมีข่าวทุกต้นชั่วโมง จึงเป็นการทำงานข่าวที่ทำให้ประชาชนถูกบังคับให้บริโภคข่าวซ้ำไปซ้ำมา ทุกวันนี้เป็นการแข่งกันว่าของใครนำเสนอได้ดีกว่ากัน บางครั้งอาจถึงขั้นสร้างให้ผู้ชมเกิดความรู้สึก “ดราม่า”มากกว่าการรับรู้ข้อเท็จจริง การนำเสนอเช่นนี้ทำให้สุดท้ายข่าวไม่ใช่ข่าว แต่กลายความบันเทิง อย่างไรก็ตามถ้าหาก24ช่องนี้ยังไม่มีการปรับตัวให้แตกต่างจากทีวีดาวเทียม ก็จะตายในไม่ช้า เพราะทุกวันนี้มีการแข่งขันจากหลายสื่ออย่างมาก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท