
"กล้านรงค์"หวังสื่อให้ความรู้ประชาชนปมคอร์รัปชั่น
สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาบทบาทสื่อกับการตรวจสอบ "กล้านรงค์" หวัง สื่อมีบทบาทให้ความรู้-เข้าใจประชาชนปมคอร์รัปชั่น
สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาบทบาทสื่อกับการตรวจสอบ "กล้านรงค์" หวัง สื่อมีบทบาทให้ความรู้-เข้าใจประชาชนปมคอร์รัปชั่น
เวลา11.00น. วันที่ 4 ก.ค. สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาเรื่อง “บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ
นายกล้านรงค์ เปิดเผยว่า สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นสูง แต่สื่อนั้นจะอยู่ไม้ได้หากไม่มีกลุ่มทุนให้การสนับสนุน ด้วยการลงโฆษณาและคนที่มีอำนาจในการลงโฆษณามากที่สุดคือรัฐบาล หรือบริษัทใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจะเข้ามามีบทบาทในการคุมทิศทางสื่อได้ และเมื่อสื่อให้การสนับสนุนรัฐบาล ก็จะลดการตรวจสอบลง แต่ถ้าหากไม่ลดการตรวจสอบก็ยากที่รัฐบาลจะสนับสนุนโฆษณาต่อไปได้ ดังนั้น สื่อมวลชนจะต้องคตงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใดทั้งสิ้น
สำหรับสาเหตุของการคอร์รัปชั่น เกิดจาก 5 ประการ 1.วัตถุนิยม 2.โครงสร้างของไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ เป็นสังคมแนวดิ่งเช่น นักการเมืองกับข้าราชการประจำ 3.กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง เนื่องจากองค์กรอิสระถูกกดดัน 4. แทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล และ5.ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายต่อปัญหา
อย่างไรก็ตาม การคอร์รัปชั่น ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมเป็นการรับสินบน เปลี่ยนเป็นคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย เป็นการกระทำผิดต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยมีวิกฤติผลจากการสำรวจพบว่า เรื่องทุจริต คือ การจัดซื้อจัดจ้าง การลัดคิว การให้สินบน ดังนั้นบทบาทของสื่อจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการนำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดความเสียหายอะไรบ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ขาดศีลธรรม คุณธรรม ทำลายเศรษฐกิจ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไปจนถึงการล่มสลายของชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาของประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป
ด้านการปราบปราม สื่อมวลชนสามารถทำข่าวเชิงสืบสวน ที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะข้อมูลที่ได้ ทางป.ป.ช.สามารถนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนต่อไป แต่สื่อต้องยึดข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และเสนอข่าวที่ให้โอกาสแก่องค์กรที่กำลังถูกตรวจสอบด้วย เปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบได้ชี้แจงเหตุผลที่แท้จริง ดังนั้นถ้าสื่อไม่รู้จริง จะเกิดผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อมวลชนได้ ซึ่งได้มีการใช้ข้อกฎหมายหมิ่นประมาท ในการสกัดกั้นการตรวจสอบ ทั้งที่แท้จริงแล้วกฎหมายนี้สร้างขึ้นเพื่อปกป้องคนดีไม่ให้ถูกกล่าวหา ใส่ร้าย
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของคดีมีสำคัญกว่าข้อกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริงจะแสดงให้เห็นถึงเหตุและผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นบทบาทของกฎหมายจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ถูกต้องตรงจุด ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงต้องพยายามหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อสาธารณะ จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด







