
เศรษฐกิจไทยปี’57
ในวันนี้ หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2557 หลังจากที่ไตรมาสแรกของปี 2557 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยหดตัวร้อยละ 0.6 ต่อปี และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาประกาศว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557 จะขยายตัวในระดับต่ำเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ดังนั้นผมจึงจะขอพูดถึงภาวะเศรษฐกิจล่าสุดที่ผมได้ติดตามว่า ข้อมูลเศรษฐกิจไทยล่าสุดที่เรามี ณ เดือน พ.ค. 2557 บ่งชี้เศรษฐกิจไทยด้านการใช้จ่ายในประเทศเริ่มดีขึ้น ทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
ในวันนี้ หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2557 หลังจากที่ไตรมาสแรกของปี 2557 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยหดตัวร้อยละ 0.6 ต่อปี และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาประกาศว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557 จะขยายตัวในระดับต่ำเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ดังนั้นผมจึงจะขอพูดถึงภาวะเศรษฐกิจล่าสุดที่ผมได้ติดตามว่า ข้อมูลเศรษฐกิจไทยล่าสุดที่เรามี ณ เดือน พ.ค. 2557 บ่งชี้เศรษฐกิจไทยด้านการใช้จ่ายในประเทศเริ่มดีขึ้น ทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
ขณะที่วิกฤตการเมืองได้คลี่คลายลง ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเร่งขึ้น และภาคเอกชนมั่นใจขึ้น แต่การใช้จ่ายต่างประเทศเริ่มลดลงทั้งส่งออกสินค้าและบริการ ในด้านเสถียรภาพในประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะเริ่มมีแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น ส่วนเสถียรภาพต่างประเทศยังแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ ในรายละเอียดพบว่า การบริโภคภาคเอกชนในเดือน พ.ค. 2557 เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนได้จากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ในเดือน พ.ค. 2557 ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน มาอยู่ที่ร้อยละ 2.3 ต่อปี ตามการจัดเก็บบนฐานการนำเข้าที่ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน โดยขยายตัวร้อยละ 5.0 ต่อปี ขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บบนฐานการบริโภคภายในประเทศขยายตัวร้อยละ 0.1 ต่อปี
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเดือน พ.ค. 2557 หดตัวร้อยละ 1.0 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (mom SA) เช่นเดียวกับยอดขายปูนซีเมนต์ ที่หดตัวร้อยละ 1.8 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 1.0 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (mom SA)
ด้านการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ หดตัวร้อยละ 31.7 ต่อปี และหดตัวร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (mom SA) ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐมีอัตราเร่งขึ้น หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย สะท้อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปีปัจจุบันสามารถเบิกจ่ายได้จำนวน 142.5 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.3 ต่อปี เร่งขึ้นมากจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 5.6 ต่อปี ส่งผลอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2557 ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณเบิกจ่ายได้ 1,565.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายร้อยละ 62.0 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 56.4 ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 (2,525.0 พันล้านบาท)
สิ่งที่ผมเป็นห่วงในวันนี้ คือ ด้านอุปสงค์ต่างประเทศ ที่ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน พ.ค. 2557 หดตัวที่ร้อยละ 2.1 ต่อปี และร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (mom SA) โดยตลาดส่งออกหลักที่หดตัว ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน5 และออสเตรเลีย
ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทานมีสัญญาณหดตัว ในสาขาอุตสาหกรรมและบริการ สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน พ.ค. 2557 หดตัวที่ร้อยละ 4.1 ต่อปี จากอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องประดับ และอาหาร เป็นสำคัญ
ด้านบริการยังคงส่งสัญญาณหดตัว สะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือน พ.ค. 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน หดตัวร้อยละ 10.7 ต่อปี โดยนักท่องเที่ยวที่หดตัวมากที่สุด ได้แก่ จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ยังคงขยายตัวได้แก่ ลาว อังกฤษ และเวียดนาม ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรยังหดตัวต่อเนื่อง โดยหดตัวอยู่ที่ร้อยละ 8.6 ต่อปี ส่งผลให้รายได้เกษตรกรที่แท้จริงหดตัว 5.8 ต่อปี
จุดแข็งของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน คือ ด้านเสถียรภาพในประเทศที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะเริ่มมีแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยในเดือน พ.ค. 2557 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ของกำลังแรงงานรวมซึ่งคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงานเท่ากับ 3.62 แสนคน สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่ 167.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 2.76 เท่า สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้
ผมขอสรุปว่า เดือน พ.ค. 2557 ถือเป็นเดือนหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไปว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย อันได้แก่ การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ จะสามารถกลับมามีพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ครับ







