
แฉ‘ไทย-เขมร’สุมหัวค้าไต
ซื้อขายที่กัมพูชาจัดผ่ากลางกทม.แพทยสภาขอใบเสร็จเช็กบิลรพ.ดัง
ซื้อขายที่กัมพูชาจัดผ่ากลางกทม.แพทยสภาขอใบเสร็จเช็กบิลรพ.ดัง
สื่อเขมรรายงานข่าวขบวนการซื้อขายไต ผงะพัวพันโรงพยาบาลชื่อดังใจกลางกรุง
หนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี รายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ได้จับกุมตัว 2 นายหน้าลักลอบค้าไตรายใหญ่ได้ที่กรุงพนมเปญ ผู้ต้องหาสารภาพว่าเป็นนายหน้าคอยติดต่อหาซื้อไตให้กับผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนไตในเมืองไทย โดยมีคำสั่งซื้อจากแพทย์ในเมืองไทยมาอีกทอดหนึ่ง
สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ถูกจับกุมตัว คือ น.ส.ซินวน หรือเยม อาซิซาห์ วัย 29 ปี และนายเหนม พาลลา วัย 40 ปีโดยเหยื่อไม่ต่ำกว่า 4 คน ยืนยันตรงกันว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวงให้เดินทางไปขายไตที่โรงพยาบาลชื่อดังในประเทศไทย
เหยื่อรายหนึ่ง ระบุว่า นายหน้าตกลงว่าจะจ่ายเงินค่าไตประมาณ 3.2-4.16 แสนบาท แต่จ่ายจริงเพียง 9.6 หมื่น–1.6 แสนบาท เท่านั้น
พ.ต.ท.ขิว เธีย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายต่อต้านการค้ามนุษย์กัมพูชา กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องสงสัยครั้งนี้มีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องเรียนจากเหยื่อ 1 ใน 5 คน ที่โดนหลอกขายไตไป นอกจากนี้ยังพบว่าเหยื่ออีกรายมีอายุเพียง 15 ปี และเหยื่ออีก 2 คน เป็นบรรดาน้องชายและญาติของ น.ส.ซินวน เอง
พ.ต.ท.ขิว เธีย กล่าวอีกว่า น.ส.ซินวนจะเป็นคนคอยชักชวนหลอกล่อเหยื่อหนุ่มสาว หลังจากนั้นก็จะเป็นนายหน้าเจรจาราคาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยจะหักเงินกำไรจากการขายไตของเหยื่อและคอยโก่งราคาจากคนไข้ที่เฝ้ารอการเปลี่ยนไต
สำหรับเหยื่อผู้ขายไตจะได้รับเอกสารปลอมจาก น.ส.ซินวน ทันทีที่เดินทางมาถึงไทย โดยเอกสารดังกล่าวจะเปลี่ยนนามสกุลเพื่อให้สะดวกต่อการเป็นผู้บริจาคไตในฐานะญาติแก่คนไข้ที่รอปลี่ยนไตในไทย
นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าเกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลชื่อดังยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ และแพทย์ก็คงไม่กล้าทำเนื่องจากความผิดร้ายแรงถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งในอดีตเคยมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว อย่างไรก็ตามหากพบหลักฐานชัดจะดำเนินการเอาผิดแน่นอน
“การปลูกถ่ายอวัยวะนั้นเนื้อเยื่อต้องเข้ากันได้ ถ้าเข้าไม่ได้อวัยวะนั้นก็จะเสีย ผมคิดว่าคงไม่ใช่ทำกันง่ายๆ และคิดว่าไม่มีหมอคนไหนกล้าทำ เพราะหมอมีระบบตรวจสอบกันเอง ถ้าเสียประวัติจะไม่สามารถย้ายไปทำงานโรงพยาบาลอื่นได้” นพ.สมศักดิ์ กล่าว
พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวทั่วประเทศแล้วว่ามีจริงหรือไม่ และฐานความผิดเป็นเช่นใด







