
พงศพัศกลับสตช.บิ๊กกรมคุกเข้ากรุ
คสช.สั่งเด้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พ้นเลขาฯ ป.ป.ส.ให้กลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คสช.สั่งเด้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พ้นเลขาฯ ป.ป.ส.ให้กลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.ค. จำนวน 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ให้พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยให้กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ตามเดิม
ในขณะเดียวกันแต่งตั้งให้นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต จาก รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็น เลขาธิการ ป.ป.ส. แทน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้า คสช.จะมีคำสั่งย้ายในครั้งนี้ ได้มีการเผยแพร่ คำสั่ง คสช. ให้ย้าย พล.ต.อ.พงศพัศ ทางโซเซียลมีเดีย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 ก.ค. โดยระบุให้ พล.ต.อ.พงศพัศ ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกแถลงยืนยันว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม และฝ่ายกฎหมายของ คสช.ได้ตรวจสอบเพื่อติดตามผู้กระทำการดังกล่าวแล้ว เพราะถือว่าเข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ได้เห็นคำสั่งโยกย้ายฉบับดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แต่หลังจากตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่าไม่น่าจะเป็นคำสั่งจริง แต่ไม่ได้สนใจว่าจะถูกย้ายตำแหน่งหรือไม่ย้าย เพราะเป็นข้าราชการมีหน้าที่ทำงาน ได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรต้องทำงานให้เต็มที่ และหน้าที่หลักที่ได้รับมอบหมายขณะนี้ คือ การปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในช่วงหลังรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้กำชับให้ตั้งใจทำงานปราบปรามเรื่องนี้อย่างเต็มที่
สำหรับตำแหน่งอื่นๆ ที่มีการโยกประกอบด้วย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ให้พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และให้ นายวิทยา สุริยวงค์ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แล้วให้นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม







