
มท.สั่งทุกหน่วยใต้สังกัดทำงานสนองนโยบายคสช.
มหาดไทยแจงยิบทำงานสนองนโยบายคสช. กำชับทุกภาคส่วนในสังกัดทำงานประสานกับทหารและกอ.รมน.
มหาดไทยแจงยิบทำงานสนองนโยบายคสช. กำชับทุกภาคส่วนในสังกัดทำงานประสานกับทหารและกอ.รมน.
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ตั้งแต่วันที่ 11 – 29 มิ.ย. ดังนี้ 1. ทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อหยุดความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้ง ภายใต้การจัดกิจกรรมต่างๆ โดยทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน 45,427 ครั้ง
2. ภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเพิ่มมาตรการในการสืบสวน จัดตั้งจุดตรวจค้น อาวุธปืน ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายเพื่อป้องกันสถานการณ์ จำนวน 22,227 ครั้ง กวดขันและจับกุมการลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมายทุกประเภท จำนวน 3,940 คดี กวาดล้างจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 7,618 คดี จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ หอพัก โรงงาน สถานประกอบการ จำนวน 11,128 ครั้ง
นอกจากนั้น ได้ รับมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิด อาวุธปืน จากประชาชนหรือมีผู้นำมาทิ้งไว้ จำแนกเป็น อาวุธปืน 458 กระบอก กระสุนปืน 9,095 นัด วัตถุระเบิด 119 ลูก ตรวจค้นจับกุมการครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุน ได้อาวุธปืน และสามารถยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 252 กระบอก กระสุนปืน 20,488 นัด วัตถุระเบิด 115 ลูก
3. ภารกิจด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการดูแลรักษา ป่าไม้ โดยตรวจพบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จำนวน 889 ครั้ง จับกุมดำเนินคดี 760 คดี และ 4. ภารกิจการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ระดับจังหวัด และเชิญคู่ขัดแย้งทางการเมืองมาหาหารือเพื่อลดความขัดแย้งจำนวน 240 ครั้ง ผู้เข้าร่วม 14,123 คน จัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง 18,601 ครั้ง ผู้เข้าร่วม 2,680,075 คน
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของตามนโยบายสำคัญของ คสช. ให้ทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง โดยในส่วนภูมิภาค ให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบกองทัพภาค และ กอ.รมน.ภาคอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิคความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และนำความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่ประชาชน







