posttoday
ปล่อยตัว วีระ"คสช.-ฮุนเซน"วิน-วิน

ปล่อยตัว วีระ"คสช.-ฮุนเซน"วิน-วิน

03 กรกฎาคม 2557

กลับสู่ผืนแผ่นดินไทยเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ วีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลับสู่ผืนแผ่นดินไทยเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ วีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ หลังต้องใช้ชีวิตอยู่ในคุกเปรยซอร์ ประเทศกัมพูชา นานกว่า 3 ปี ในข้อหารุกล้ำเขตแดนโดยผิดกฎหมาย เข้าพื้นที่ทหารโดย ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลอุทธรณ์กัมพูชาตัดสินจำคุก 8 ปี ก่อนจะมาได้รับการอภัยโทษในที่สุด

ท่ามกลางการจับจ้องจากสังคมถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการปล่อยตัวครั้งนี้ เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อปี 2553 คดีนี้ถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับการเมือง ไม่ว่าไทยและกัมพูชาต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ หวังผลทางการเมืองในประเทศของตัวเอง โดยจุดกระแสหยิบประเด็นเรื่องรักชาติมาเป็นตัวนำ

น่าสนใจตั้งแต่ท่าทีของกัมพูชาซึ่งยืนกรานมาโดยตลอดว่าตามหลักของกฎหมายของกัมพูชา วีระจะต้องได้รับโทษจำคุกอย่างน้อย 5 ปี จากโทษทั้งหมด 8 ปี ถึงจะมีสิทธิได้รับการอภัยโทษ แต่เหตุใดถึงยอมเปลี่ยนท่าทีมาให้อภัยโทษวีระ ซึ่งรับโทษมาเพียง 3 ปี 6 เดือน

แต่ไม่ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังการเจรจารอบนี้จะเป็นอย่างไร ผลที่ออกมาประเมินแล้ว วินวิน ด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าไทยและกัมพูชา ซึ่งล้วนแต่มีปมปัญหาค้างคาใจกันมายาวนานหลายเรื่อง

ในมุมของฝั่งไทย แน่นอนว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จหลังรัฐประหาร กำลังโกยคะแนนไปเต็มๆ กับดีลนี้ ที่ผ่านมา 3 ปีกว่า หลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับไม่ “สามารถ” หรือไม่ “ใส่ใจ” เจรจาเรื่องการ อภัยโทษให้กับวีระ แม้แต่รัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งมีสัมพันธ์อันดีกับทางกัมพูชา

ย้อนหลังไปก่อนหน้านั้นเกือบเดือน พิศอำไพ สมความคิด ภรรยาของวีระ ได้ยื่นจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการนำตัววีระกลับเมืองไทย เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพการเจ็บป่วยทางกายที่ต้องได้รับยารักษาโรคประจำตัวข้ออักเสบอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นประมาณหนึ่งเดือน คสช.สามารถผลักดันจนนำมาสู่การอภัยโทษได้ และเกิดในช่วงที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าหารือ กับ ฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เพื่อชี้แจงพัฒนาการทางการเมืองของไทย การขับเคลื่อนนโยบาย ต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ชายแดนของสองประเทศ และการจัดระเบียบแรงงาน

อีกด้านหนึ่งทางฝั่งกัมพูชา เบื้องต้นอาจดูเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่ยอมงดเว้นกฎเกณฑ์ของตัวเอง ให้อภัยโทษวีระ แต่หากจับสัญญาณจาก ฮอร์ นัมฮง ที่ได้ฝากมายังสีหศักดิ์ ให้ทางฝ่ายไทยช่วยติดตามกรณีชาวกัมพูชา 14 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในข้อหาใช้ตราประทับปลอมในการเข้าทำงานในไทย เพราะแรงงานเหล่านั้นถูกนายหน้าหลอก จึงถือว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

สอดรับกับที่หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานข่าวว่า สีหศักดิ์ตกลงที่จะนำคำขอเรื่อง 14 แรงงานกัมพูชาที่ถูกจับครั้งนี้ไปหารือเพิ่มเติมกับ พล.อ.ประยุทธ์

นี่จึงเป็นประเด็นที่ฮุนเซนได้คะแนนเสียง จากชาวกัมพูชา ชดเชยกับการยอมปล่อยตัววีระ รวมไปถึงประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับแรงกดดันจากความเข้มงวดตรวจสอบแรงงานจากกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ทำให้แรงงานกัมพูชาตื่นตระหนกพากันออกนอกประเทศจำนวนมาก ซึ่งจะได้อานิสงส์ให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

เมื่อ ฮอร์ นัมฮง ระบุว่าจะส่งแรงงาน กัมพูชากลับเข้าไปทำงานในไทยโดยทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาก็ได้ส่งหนังสือรับรองเพื่อขอยื่นวีซ่า แรงงานจากกรุงพนมเปญกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งได้กลับไปทำงานในไทยแล้วจำนวนมาก

ยังไม่รวมกับประเด็นการปิดด่านชายแดนระหว่างไทยกัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา จนสะเทือนไปถึงการค้าระหว่างประเทศ และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวกัมพูชาอย่างมาก การปลดล็อกความขัดแย้งตรงนี้ จึงทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นและกลับไปสู่สถานการณ์ปกติ

รวมไปถึงการพัฒนาตามแนวชายแดน อาทิ การสร้างสะพานรถไฟ อรัญประเทศปอยเปต ที่ทั้งสองฝ่ายคุยกันว่าจะหาช่องทางดำเนินการให้เร็วที่สุด และไม่กระทบต่อการจัดทำหลักเขตแดน เช่นเดียวกับเรื่องการเปิดด่านสตึงบทหนองเอี่ยน

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กัมพูชาต้องยอมปรับเปลี่ยนท่าที เป็นเพราะช่วงเดือนกว่าหลังรัฐประหาร คสช.เพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขัน ไม่เฉพาะเรื่องแรงงงาน แต่ยังรวมไปถึงการกวาดล้างอาวุธสงคราม และเรียกร้องไม่ให้กัมพูชา ให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาฝั่งอดีตรัฐบาล หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง

การกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง คสช.กับกัมพูชาเวลานี้ ย่อมเป็นการสร้างเสถียรภาพของกับ คสช. ไม่ให้กัมพูชาถูกใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวของขั้วอำนาจเก่า มากดดันสร้าง แรงเสียดทานต่อการดำเนินการปฏิรูปต่อจากนี้

เมื่อประเมินแล้วว่าการเข้าสู่อำนาจของ คสช.รอบนี้คงลากยาวอย่างน้อยจนถึงปี 2558 ก่อนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นการจะแข็งขืนกับ คสช.ในเวลานี้ เพียงเพราะสัมพันธ์อันดีกับทางฝั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอีกต่อไป

อย่าลืมว่าชนวนความขัดแย้งระหว่าง ไทยกัมพูชา ยังมีอยู่อีกหลายเรื่องที่พร้อมจะปะทุและบานปลายได้ง่ายๆ ยิ่งในช่วงที่กองทัพ เข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเวลานี้

ทั้งเรื่องใหญ่อย่างเขตแดนบริเวณพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกให้ทั้งสองประเทศไปตกลงกันเอง เวลานี้นายกฯ ฮุนเซน แจ้งว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จะรอจนกว่าไทยมีรัฐบาลและพร้อมที่จะเจรจา

รวมถึงเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งโยงใยถึงแหล่งพลังงานที่มีผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งแม้แต่ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ออกมาเสนอว่าควรใช้จังหวะเวลาที่สัมพันธ์ สองประเทศกำลังราบรื่น เจรจาเพื่อนำก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาลในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้นมาใช้ เพื่อเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ และไทยจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะมีความพร้อมทั้ง โรงแยกก๊าซและธุรกิจปิโตรเคมี และจะทำให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานไปอีก 3040 ปี

ไม่ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังการปล่อยตัววีระครั้งนี้จะเป็นอย่างไร แต่สัญญาณความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีแต่ได้กับได้ ไม่ว่า ไทยหรือกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท