
การปรองดองแห่งเอเชีย
ผมเพิ่งเดินทางกลับจากการไปร่วมประชุมกลางปีที่กรุงวอร์ซอของ APRC หรือคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ซึ่งมี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นประธาน เครือข่ายนี้มีสมาชิกที่คัดเลือกกันมา 25 คนจากทั่วโลก มีรองประธาน 4 คน เป็นอดีตประธานาธิบดีรามอส ฮอร์ต้า จากประเทศติมอร์เลสเต (เอเชียแปซิฟิกใต้) ผู้ได้รางวัลโนเบลสันติภาพคนหนึ่ง มีอดีตนายกรัฐมนตรี บาดาวี จากมาเลเซียเป็นสอง อดีตนายกฯ ออสเตรีย ศ.ดร.กุซเซ่น เบาเออร์ (จากยุโรปตะวันตก) เป็นสาม และอดีตนายกรัฐมนตรี ชอกัสอาซิส จากปากีสถาน (จากเอเชียใต้) อีกหนึ่ง รวมเป็น 4 รองประธาน
ผมเพิ่งเดินทางกลับจากการไปร่วมประชุมกลางปีที่กรุงวอร์ซอของ APRC หรือคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ซึ่งมี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นประธาน เครือข่ายนี้มีสมาชิกที่คัดเลือกกันมา 25 คนจากทั่วโลก มีรองประธาน 4 คน เป็นอดีตประธานาธิบดีรามอส ฮอร์ต้า จากประเทศติมอร์เลสเต (เอเชียแปซิฟิกใต้) ผู้ได้รางวัลโนเบลสันติภาพคนหนึ่ง มีอดีตนายกรัฐมนตรี บาดาวี จากมาเลเซียเป็นสอง อดีตนายกฯ ออสเตรีย ศ.ดร.กุซเซ่น เบาเออร์ (จากยุโรปตะวันตก) เป็นสาม และอดีตนายกรัฐมนตรี ชอกัสอาซิส จากปากีสถาน (จากเอเชียใต้) อีกหนึ่ง รวมเป็น 4 รองประธาน
ส่วนสมาชิกอีก 21 คนที่เหลือ ก็เช่นอดีตประธานาธิบดีประเทศชิลี ริคาโด้ เลกอซ (จากอเมริกาใต้) อดีตประธานาธิบดีโปแลนด์ ดร.เคียฟเนสกี้ (จากยุโรปตะวันออก) อดีตนายกรัฐมนตรีคาซัคสถาน คารีม มาซิมอฟ ซึ่งตอนนี้กลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีคาซัคสถาน (เอเชียกลาง) อีกรอบ มีอดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี โรมาโน่ โปรดี้ ซึ่งเป็นอดีตประธานสหภาพยุโรปด้วย (จากยุโรปใต้)
มีอดีตรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยูซุบ คัลล่า ซึ่งกำลังลงแข่งขันเลือกตั้งรองประธานาธิบดีอินโดนีเซียอีกรอบ มีอดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอาวุโสสิงคโปร์ ศ.จายากุมาร์ นักกฎหมายที่ได้รับการนับถือทั่วอาเซียน มีอดีตประธานรัฐสภา 4 สมัยของฟิลิปปินส์ โฮเซ่ เดอเวเนเซีย มีอดีตรัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศมาเลเซีย ไซอิด ฮามิด มีอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย สมาชิก Friend of Thailand ดร.วีรายุด้า มีอดีตรัฐมนตรีคลัง ฟิลิปปินส์ ลิโต้ คามาโช่ ซึ่งวันนี้เป็นประธานบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ และ ดร.เตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย
เสน่ห์อีกอย่างของ APRC คือ มีอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสี่ชาติทรงพลังเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มนี้ด้วย ได้แก่ หลี่จ้าวซิง อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศจีน โยริโกะ คาวากูชิ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศหญิงของญี่ปุ่น ยัสวาน สิงหะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย และยูเมียงควัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้
สมาชิกที่เหลือก็มีอดีตดีดีการบินไทย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทะเล และกฎหมายอากาศ ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ มี ศ.ดร.เดวิด เคเนดี้ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐอเมริกา และตัวผมเอง
การเชื่อมเข้าหากันของเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยีสื่อสารได้ทำให้โลกมีเครือข่ายโยงใยใกล้ชิดติดกันมากขึ้นเยอะ สมาชิก APRC ข้างต้นจึงสื่อสารและเดินทางไปมาหาสู่กันเป็นประจำ...บางเรื่องที่เป็นเรื่องฮอตก็ติดต่อสื่อสารกันแทบทุกสัปดาห์ การเดินทางไปเจอกันถ้าเป็นแบบครบทีมก็ปีละครั้ง ถ้าวงย่อยรายภูมิภาคก็เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง แต่ถ้ามีกิจกรรมที่ได้รับการเชื้อเชิญจากประเทศเจ้าภาพหรือคู่ขัดแย้งก็บ่อยเท่าที่จำเป็น เช่น สัปดาห์นี้ก็ไปประชุมกันที่ย่างกุ้ง และจะได้เข้าพบประธานาธิบดีเต็งเส่ง ที่เนย์ปิดอว์ด้วย
สมาชิกเครือข่ายนี้ นับรวมแล้วถือว่ามีจากเกือบครบทุกพื้นที่ในทวีปเอเชีย ขาดไปบ้างก็จากตะวันออกกลางกระมัง แต่ครบทุกศาสนา ครบจากทุกรูปแบบการปกครองภายใต้เป้าประสงค์เดียวกัน...คือใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของทุกคนมาร่วมวิเคราะห์และหาทางคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยไม่กระโดดเข้าไปแทรกแซงกิจการของรัฐบาลใด เว้นแต่ได้รับเชิญ
ทุกคนไม่รับค่าตอบแทน มีเพียงกองงานประจำสำนักเลขาธิการคณะมนตรีฯ ซึ่งมีสำนักงานที่ทุกสมาชิกฝากให้ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย รังสิต ประเทศไทย เท่านั้นที่มีค่าใช้จ่ายประจำ
ปัจจุบัน คณะมนตรี APRC ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจเอกชนนานาชาติที่เห็นความสำคัญของการรักษาสันติภาพและสร้างความปรองดองที่ควรมีให้มั่นคงในเอเชีย...เพราะชักขัดแย้งกันแยะ...และที่สำคัญ ฝรั่งเป็นคนสร้างรอยไว้ซะเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 5060 ปีที่แล้ว
ความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ก็ดี ความขัดแย้งในกรรมสิทธิ์หมู่เกาะระหว่างจีนกับญี่ปุ่นก็ดี ความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นก็ดี ความขัดแย้งที่ชายแดนอินเดีย ปากีสถานก็ดี
การแย่งชิงน้ำจืดกันในกลุ่มเอเชียกลางก็ดี หรือแม้แต่ความขัดแย้งและหนทางสันติภาพในพม่า ความรุนแรงในภาคใต้ของไทย ล้วนเป็นสิ่งที่คนเอเชียไม่อยากให้ขยายตัว หรือหากเป็นไปได้ก็อยากให้หดตัวหรือหมดไป
การทำงานเรื่องแบบนี้ รัฐบาลต่างๆ มีบทบาทอยู่แน่นอน แต่การมีกลไกไม่เป็นทางการช่วยสนับสนุนหรือไว้กรุยทาง หยั่งเสียงก็เป็นสิ่งจำเป็นและอาจหวังผลได้ โดยเฉพาะในสังคมแบบเอเชียที่ถนัดวิธีการแก้ไขปัญหาแบบไม่เป็นทางการมากกว่าใช้กฎหมายลูกเดียว หรือใช้อิทธิพลขาใหญ่อย่างวัฒนธรรมตะวันตก
ดังนั้น ภาคเอกชนระหว่างประเทศ จึงทวีบทบาทหลากหลายขึ้นมากกว่าเดิมในปัจจุบัน ทั้งในด้านการประกอบกิจการธุรกิจ ที่นับวันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน และการเป็น Non State Actor และเป็น International Social Enterprise ที่สำคัญ







