
กวาดล้างตู้ม้าอย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง
ตำรวจเปิดเกมกวาดล้างการเล่นพนันตู้ม้า ตามตรอกซอยทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างคึกคัก
โดย...ทีมข่าวทั่วไปโพสต์ทูเดย์
ตำรวจเปิดเกมกวาดล้างการเล่นพนันตู้ม้า ตามตรอกซอยทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างคึกคัก ภายหลังที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งเข้ม ใครเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เก้าอี้คงสั่นคลอนหนาวๆ ร้อนๆ เป็นแน่ ข้าราชการผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและคดีอาญาจนถึงที่สุด และนั่นเป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติห้ามละเลยการปราบปรามหรือเข้าไปเอี่ยวไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมในการกระทำความผิด
ผลการจับกุมการพนันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดการพนันตู้ม้าพร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 319 คน ของกลางกว่า 3,320 ตู้ทั่วประเทศ
ฉายภาพพบว่า ตู้ม้าไฟฟ้าที่เปิดให้นักเสี่ยงโชคได้แทงกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งนี้กำลังถูกล้างบางด้วยกำลังทหารและตำรวจ กลายเป็นปรากฏการณ์ปราบปรามตู้ม้าครั้งใหญ่ในยุทธจักรสีกากี บางตู้ที่จับกุมได้ยังมีเหรียญของนักเล่นอยู่ในตู้ สรรพกำลังที่ลงเอกซเรย์พื้นที่เป้าหมายกำลังสร้างความหวาดกลัวให้เจ้าของตู้ไฟฟ้าเหล่านั้น กิจการเคยรุ่งเรืองเงินนับหลายร้อยล้านต่อเดือน ทั้งหมดต้องหยุดชะงัก
ตู้ไฟฟ้าสำหรับนักเสี่ยงโชคไม่สามารถหมดจากสังคมไทยไปได้ง่ายๆ เชื่อว่าหาก คสช. คืนอำนาจให้กับประชาชนมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตู้ไฟฟ้าที่จับกุมมาได้จะถูกเรียกคืนทั้งหมดจากนายทุนเจ้าของตู้ตัวจริง เพราะที่ผ่านมารัฐก็อำนวยความสะดวกแบบ“น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” แต่เมื่อลมแห่งอำนาจจางลงจะกลับมาดังเดิม พวกนายทุนเหล่านี้มีเงินมหาศาล จ่ายเงินใต้โต๊ะแต่ละเดือนหลายล้านบาท ผู้มีผลประโยชน์รับรู้ดีว่าวงการใต้ดิน“มันหอมหวาน”
ในภาวะที่ คสช.เข้ามามีบทบาทกุมอำนาจในทุกด้าน การพนันทุกรูปแบบกลายเป็นเพียงฉากละคร “ถอดปลั๊กแบบชั่วคราว” แล้วเล่นเกมไปตามน้ำ หากไปฮึดฮัดดื้อเกินงามอาจถูกเล่นงานหนักจากฝ่ายคุมอำนาจในขณะนี้ได้ สิ่งเหล่านี้มันคือความผูกพันกลายเป็นธรรมเนียมอยู่คู่กับวงราชการมาหลายสิบปี การเข้าไปทำลายขุมทรัพย์ใต้ดินเพียงครั้งเดียวคงไม่ง่าย หากไม่เข้มงวดจริงจังแบบ “ไฟไหม้ฟาง”
หากสาวให้ลึกคนวงในทราบดีก่อนกวาดล้างจริง คสช.เชิญนายทุนการพนันทุกชนิด อย่าง “เสี่ย ส.” “เสี่ย ม.” “เฮีย จ.” “เสี่ย ต.” เข้าพูดคุยกันเสมือนเป็นการปรามขอให้หยุดธุรกิจเหล่านี้ในช่วง คสช.กุมอำนาจ แต่หากไม่ทำตามคำขอก็ต้องถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ในโต๊ะเล็กวงประชุมยินดีให้ความร่วมมือเลยนำไปสู่การไล่กวาดจับกุมตู้ม้า บ่อนการพนันที่โผล่ขึ้นมาราวดอกเห็ด
เช่นเดียวกับการจับบ่อนหรู “นัมเบอร์วัน” กลางซอยรามคำแหง 39 ย่านวังทองหลาง โบรกเกอร์หนุ่มก็ออกมาแฉว่า มีนายตำรวจระดับนายพล 3 นาย และดารานักแสดงเอี่ยวบ่อนแห่งนี้ ไล่เรียงไปทราบว่านายพล 3 คน ตัวละครในเรื่องนี้ คนที่ 1.อดีต “พล.ต.ต. (ก.)” คนที่ 2.อดีต “พล.ต.ต.(ช.)” และคนที่ 3. “พล.ต.ต. (ส.)” ส่วนดารานักแสดง คนแรก อดีตนักร้องสาวชื่อดัง อักษรย่อ “ป.” อีกรายดารานายแบบอักษรย่อ “ม.” แน่นอนตำรวจใหญ่รั้วปทุมวันทราบดีว่าใครเป็นใคร
อย่างไรก็ดี ตู้ม้าหรือตู้ไฟฟ้าบางตู้แผงวงจรไฟฟ้าไม่มี ไร้ระบบ ใช้การไม่ได้ ตู้ม้าเหล่านั้นเป็นรุ่นเก่าไม่สมประกอบแล้วทั้งสิ้น ไม่แปลกอะไรหากนายทุนจะยอมให้เจ้าหน้าที่ยกขึ้นรถไปกองไว้ตามโรงพัก เพราะนั่นไม่ใช่ของหวงเท่ากับตู้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่ถูกถ่ายเทไปเก็บไว้อย่างดี
หาก คสช.ต้องการสกัดยับยั้งขบวนการธุรกิจผิดกฎหมายในทุกมิติ เพื่อโชว์ให้เห็นว่าหลังทหารเข้ามาจัดระเบียบสังคมใหม่จนเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น และสิ่งเหล่านี้คือต้นตอปัญหาบ่อนทำลายสังคมมาช้านาน แสดงให้ประจักษ์ว่าทหารเอาจริงเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชน แต่ลึกๆ การดำเนินการต่อผู้สนับสนุนธุรกิจมืดเหล่านั้นอาจมีลักษณะเพียงแค่ชะลอไว้ก่อน
เมื่อมีอำนาจแล้วหากใช้ไม่ใช้ให้เด็ดขาดแบบถอนรากถอนโคน สุดท้ายคือขว้างบูเมอแรงแล้วย้อนกลับมาหาตัวเอง







