
คสช.กระตุ้นเศรษฐกิจถึงปีหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอีกระลอกหนึ่ง ภายหลังจากเร่งจ่ายเงินคืนชาวนาไปกว่า 9 หมื่นล้านบาทแล้ว ยังดูแลเรื่องราคาอาหารและพลังงานอีกด้วย
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอีกระลอกหนึ่ง ภายหลังจากเร่งจ่ายเงินคืนชาวนาไปกว่า 9 หมื่นล้านบาทแล้ว ยังดูแลเรื่องราคาอาหารและพลังงานอีกด้วย
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คสช. เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เรื่องการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปอีก 1 ปี รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 และผู้ประกอบการค้าข้าว
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช. แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คสช. เห็นชอบเรื่องขยายระยะเวลาการปรับลดภาษี ซึ่งเป็นมาตรการด้านการคลังที่สำคัญ จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ผ่านการบริโภคและการลงทุน โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558
ทั้งนี้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราใหม่ 7 ขั้น คือ 5% 10% 15% 20% 25% 30% และ 35% จะใช้นานถึง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557-วันที่ 31 ธ.ค. 2558 เปรียบเทียบกับอัตราเดิมมีเพียง 5 ขั้นเท่านั้น เพื่อสร้างความสมดุลและเป็นธรรม ทำให้ผู้มีรายได้น้อยชำระภาษีน้อย ผู้มีรายได้มากควรชำระภาษีมาก ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% จะใช้ในปี 2558 เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% เพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาชนและลดภาระค่าครองชีพ
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 รวมถึงให้เห็นชอบโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวและโรงสีด้วย โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เห็นว่าโครงการช่วยเหลือชาวนาสามารถดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 3.57 ล้านราย และช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรไม่น้อยกว่า 1 ล้านครัวเรือน
สำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ คสช.ขอให้มีการประเมินผลการดำเนินการเพื่อกำหนดมาตรการในระยะยาวแบบยั่งยืน พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการคลังติดตามและตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และให้รายงานต่อ คสช.เป็นประจำทุกเดือน
ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนยุทธศาสตร์การตลาดปี 2558 เพิ่มเติมแผนส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์อย่างจริงจัง ซึ่งใช้บริการลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คาดปีนี้คนไทยเที่ยวผ่านบริษัททัวร์เพียง 8% ขณะที่การเดินทางด้วยตัวเองถึง 98%
ทั้งนี้ เพื่อประคองให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเที่ยวในประเทศสามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอด หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองกว่า 10 ปี ททท.ควรมีแผนสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนไทยวางแผนเที่ยวผ่านแพ็กเกจทัวร์ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีรายได้ 3 หมื่นบาท/ปี สนับสนุนราคาพิเศษในแต่ละเทศกาล
นอกจากนี้ ททท.ควรปรับเปลี่ยนการโฆษณาประชาสัมพันธ์การตลาด รวมถึงแผนจัดกิจกรรมในแต่ละเทศกาลให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แทนที่จะนำเสนอแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างแท้จริง
ธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.เตรียมจัดงานสตรีท เฟสติวัล จัดคอนเสิร์ตใหญ่ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค. บริเวณถนนพระรามที่ 1 และถนนราชประสงค์ ภายใต้แนวคิดไทยแลนด์ แฮปปี้เนส ภายในงานได้แบ่งเป็น 4 โซน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย
“ได้เชิญสื่อมวลชน เอเยนต์ทัวร์ทั่วโลกกว่า 1,000 คน มาร่วมงานช่วยเผยแพร่ออกสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการคืนความสุขให้กับคนไทย ภายใต้แนวคิดของ คสช.ด้วย” ธวัชชัย กล่าว







