
เปิดใจ"วีระ"เบื้องหลังอิสรภาพไม่คาดฝัน
คนที่พยายามช่วยผมไม่มีอำนาจ คนมีอำนาจช่วยผมก็ไม่ช่วย เขาพูดตรงๆกับผม ถ้าไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ช่วย
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ภายหลัง "วีระ สมความคิด" แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ได้รับการปล่อยตัวกลับสู่แผ่นดินไทย เขาได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนถึงเบื้องหลังอิสรภาพไม่คาดฝันว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ช่วยทูตทหารเข้าเยี่ยมและบอกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) พยายามหาทางช่วยเหลืออยู่ แต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ว่าจะกลับเมื่อไหร่
"ผมทราบต่อมาว่า ท่านพล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ หัวหน้าคสช.) ได้พูดคุยกับทางนี้(นายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา) มาก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้ปล่อยตัวเพื่อเห็นต่อมนุษยธรรม และเมื่อวานนี้( 1 ก.ค.57 ) ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงต่างประเทศมีภารกิจเยือนกัมพูชาได้พบกับฮุนเซน ได้หยิบยกเรื่องขอปล่อยตัวผม ขณะนั้นฮุนเซน ได้ควักเอกสารพระราชกฤษฏีกาอภัยโทษออกจากกระเป๋าและถามท่านสีหศักดิ์ว่า จะรับตัวผมกลับวันนี้ (1 ก.ค.) หรือพรุ่งนี้ (2ก.ค.) ท่านสีหศักดิ์ บอกว่า เมื่อพรฎ.อภัยโทษมีผลวันนี้ก็ขอรับตัววันนี้เลย"
"แสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขา(ฮุนเซน) ถ้าฮุนเซนไม่ตัดสินใจออกพระราชกฤษฏีกาอภัยโทษนำไปเสนอต่อศาลผมก็ต้องอยู่ต่อไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเตรียมการเอาไว้"
วีระ บอกว่า เท่าที่ทราบคสช.ประสานงานเป็นหลัก เพราะถ้าใช้กลไกเดิมโดยกระทรงต่างประเทศไม่ได้รับสนองตอบจากกัมพูชา ไม่ได้สนใจ บอกว่าให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเดียว แต่พอมีการส่งสัญญาณคสช.ออกไป เป็นเรื่องดี ไม่คาดคิดเลย
ความพยายามในการช่วยเหลือวีระออกจากเรือนจำเปรย์ซอว์ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มจากคสช.เข้ามามีอำนาจ หากแต่รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีความพยายามเช่นกัน เพียงแต่วิธีการช่วยเหลือนั้นถูกสร้างเงื่อนไข และข้อแลกเปลี่ยนบางประการ ซึ่งทำให้วีระรับรู้ถึงเงื่อนงำทางการเมืองที่เขาไม่อาจยอมรับได้ และพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงในโอกาสที่เหมาะสม
“คนที่พยายามช่วยผมไม่มีอำนาจ คนมีอำนาจช่วยผมก็ไม่ช่วย เขาพูดตรงๆกับผม ถ้าไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ช่วย มีการไปต่อรองเลยครับเรื่องการปล่อยตัว มีเงื่อนไขให้ผมต้องอย่างงั้นอย่างงี้ เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ให้ผมเสียหายแต่เป็นเงื่อนไขให้ประเทศชาติเสียหาย ซึ่งผมยอมไม่ได้ ในเมื่อเขาขังผมมาแล้วจะให้ผมยอม ประเทศชาติเสียหาย ผมยอมไม่ได้ เอาไว้ถึงเวลาก่อน ที่จะเปิดเผย เนื่องจากสภาพบ้านเมืองตอนนี้ต้องการปรองดอง มีการปฏิรูป ให้ผ่านไปก่อน ผมไม่ปิดหรอก ไม่ต้องกลัว เปิดเผยแน่เมื่อถึงเวลา”วีระ กล่าวทิ้งเป็นปริศนา
หลังออกจากเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้นำตัววีระไปพักสถานเอกอัครราชทูตไทยในพนมเปญ โดยท่านธัชชยุต ภักดี ทูตไทยได้ร่วมรับประทานอาหารเช้าพูดคุยกับภรรยาท่านทูตหลายเรื่อง ประทับใจท่านเหล่านี้มากเพราะตลอด 3 ปีที่ถูกควบคุมตัวได้รับการช่วยเหลือดูแลจากท่านมาโดยตลอด หลังจากนั้นได้ออกเดินทางไปสนามบินไปช่องทางพิเศษไม่พบใครอีกเลย
แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งถูกจองจำอยู่ในเรือนจำเปรย์ซอว์เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน 3 วัน ยังเปิดเผยสภาพความเป็นอยู่ที่นั่นว่า
“ผมถูกจำกัดสิทธิมากกว่านักโทษคนอื่น ไม่ให้อ่านหนังสือไม่ให้เขียนหนังสือ ไม่ได้คุยกับนักโทษคนอื่นๆ โดยเฉพาะปีแรกๆทรมานเหมือนกัน ปกติของมนุษย์ต้องมีเพื่อน แต่ในสภาพแวดล้อมถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ไม่มีทางออกอื่นเลยหรือ แต่โชคดีที่ผมปฏิบัติธรรม ได้ใช้โอกาสนั้นเดินจงกรม นั่งสมาธิ ทำวัตรมากขึ้น จึงเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส”
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่ถูกจองจำ พิศอำไพ สมความคิด ภรรยา เดินทางมาเยี่ยมทุกสัปดาห์จนพาสปอร์ตประทับลงตา ต้องเปลี่ยนไปสองสามเล่ม โดยที่เจ้าตัวมีกำลังใจและได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองจากภรรยา ทำให้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลง
“ผมรักประเทศไทยมากเป็นห่วงบ้านเมืองมากและดีใจที่บ้านเมืองคลี่คลายสถานการณ์ที่เลวร้าย”
ภารกิจหลังจากนี้ วีระ บอกว่าจะกลับไปทำหน้าที่เดิม คือการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ระหว่างนี้จะไปพบแพทย์ประจำตัวเพื่อตรวจสุขภาพฟันและสุขภาพตา จากนั้นจะไปกราบครูบาอาจารย์ โดยวันพรุ่งนี้(3 ก.ค. 57) นิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังประสานงานกับคสช.ให้มีโอกาสเข้าขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน เวลาใด ที่ไหน







