posttoday
ปฏิรูประบบพลังงาน : กรอบประเด็นที่รอการตัดสินใจของสังคมไทย

ปฏิรูประบบพลังงาน : กรอบประเด็นที่รอการตัดสินใจของสังคมไทย

02 กรกฎาคม 2557

เรื่องราคาแก๊ส น้ำมัน และความมั่นคงของพลังงานเป็นปัญหาในจิตใจผู้คนที่ก่อตัวมาหลายปี วันนี้กำลังกลายเป็นสถานการณ์ร้อนที่ท้าทายต่อความเข้าใจและการตัดสินใจของสังคมไทย รวมทั้งต่อการจัดการปัญหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาปกครองและบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน

เรื่องราคาแก๊ส น้ำมัน และความมั่นคงของพลังงานเป็นปัญหาในจิตใจผู้คนที่ก่อตัวมาหลายปี วันนี้กำลังกลายเป็นสถานการณ์ร้อนที่ท้าทายต่อความเข้าใจและการตัดสินใจของสังคมไทย รวมทั้งต่อการจัดการปัญหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาปกครองและบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน

เพื่อช่วยให้สาธารณชนทั่วไปสามารถมองเห็นภาพรวมของการปฏิรูประบบพลังงานของประเทศ และใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในโอกาสและเวทีการปฏิรูประดับต่างๆ คณะทำงานวิชาการเวทีภาคีพัฒนาประเทศไทย (TD Forum) จึงได้ทำการประมวลข้อมูล สภาพปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายการปฏิรูประบบพลังงาน จากกลุ่ม องค์กรและเครือข่าย ขั้วความคิดต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน กลุ่มจับตานโยบายพลังงาน เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย อนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา เวทีชุมนุมแจ้งวัฒนะ และเครือข่ายสมัชชาปฏิรูป ฯลฯ

คณะทำงานตระหนักชัดในความแตกต่างด้านข้อมูลและแหล่งอ้างอิง ตลอดจนฐานความคิดความเชื่อของแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวังและความเชื่อมั่นว่าในที่สุดสังคมไทยจะสามารถร่วมกันหาข้อสรุปที่เป็นผลดีต่อประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ จึงขอสรุปเป็นกรอบประเด็นการปฏิรูปพลังงานเพื่อรอการตัดสินใจของสังคมไทยร่วมกัน ดังนี้ :

1.กลไกการจัดการทรัพยากรพลังงานและปิโตรเลียม

1) ประเด็นรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานและปิโตรเลียมของชาติ ที่ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะคงใช้ระบบสัมปทานแบบเดิม หรือจะเปลี่ยนไปเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาชนและกรรมาธิการฯ ของวุฒิสภา

2) การจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นกลไกดูแลทรัพยากรน้ำมันและปิโตรเลียมของชาติแทนที่ ปตท. ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นบรรษัทข้ามชาติสายพันธุ์ไทยเต็มรูปแบบ และมีความแข็งแกร่งในการขยายฐานธุรกิจ เกินกว่าจะคอยดูแลผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเดิม

ซึ่งการตัดสินใจในทิศทางดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลให้ต้องมีการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิก พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งควรมีการพิจารณาเพิ่มเติมประเด็นการเปิดพื้นที่บริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมให้ครอบคลุมถึงพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของทหารในภาคเหนือ ตามที่กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนเสนอไว้ด้วย

2.นโยบายต่อบริษัท ปตท.

1) มีประเด็นการผลักดันให้ ปตท. ซึ่งได้แปรรูปไประดับหนึ่งแล้ว ต้องเข้าสู่การแข่งขันในตลาดเสรีโดยไม่มีสิทธิพิเศษในฐานะรัฐวิสาหกิจในการผูกขาดอีกต่อไป รวมทั้งการแยกบริการท่อก๊าซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อส่งหลักออกมาเป็นของรัฐด้วย

2) ส่วนประเด็นการทวงคืน ปตท.ให้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจดังเดิมตามที่เคยมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องมาระยะหนึ่งนั้น ในช่วงหลังๆ ไม่ค่อยได้มีการกล่าวถึงกันอีกแล้ว อาจด้วยผู้รณรงค์ได้เล็งเห็นปัญหาข้อจำกัดอีกแบบหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามยังมีบางกระแสที่เสนอให้ทำการแปรรูป ปตท.ต่อไปอีกหน่อย เรียกว่า “ทำให้สุดซอย” กล่าวคือ ให้ลดการถือหุ้นของรัฐลงไปอีกให้เหลือไม่เกิน 49% ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดเสรีและตัดโอกาสการแทรกแซงของนักการเมือง

3.ธรรมาภิบาลด้านพลังงานและการมีส่วนร่วมของประชาชน

1) เกือบทุกกลุ่มต่างเห็นตรงกันในประเด็นการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันมิให้ข้าราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ไปมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการเป็นกรรมการ (บอร์ด) ในรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนด้านพลังงาน โดยมีข้อเสนอรูปธรรมหลากหลาย อาทิ การห้ามมิให้ข้าราชการ (โดยส่วนตัว) ไปเป็นบอร์ด ทั้งในระหว่างอยู่ในตำแหน่งและหลังจากเกษียณอายุอย่างน้อย 5 ปี และ/หรือการให้ข้าราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ต้องไม่รับโบนัส ค่าตอบแทน เบี้ยประชุมและผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ เพราะข้าราชการเหล่านั้นไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะและมีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว เป็นต้น

2) นอกจากนั้นยังมีประเด็นการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีตัวแทนของภาคประชาชนและภาควิชาการเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการพลังงานระดับชาติในชุดต่างๆ ทั้งกรรมการด้านนโยบาย และกรรมการด้านกำกับกิจการ

3) มีข้อเสนอให้จัดตั้งสภาประชาชนเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและปิโตรเลียม และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานที่เป็นอิสระที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก

4) มีข้อเสนอให้ยกเลิกเงื่อนไขการขอใบอนุญาต “ร.ง.4” สำหรับกิจการพลังงานเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่น ประชาชนและเอกชนรายเล็กรายน้อยได้มีส่วนร่วมพัฒนากิจการและจัดการตนเองทางพลังงานได้มากขึ้น

4.โครงสร้างราคาพลังงาน

1) ประเด็นข้อเสนอการแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานที่บิดเบือน โดยยกเลิกโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่ไปอิงราคาสมมติว่านำเข้าจากสิงคโปร์

2) ประเด็นการยกเลิกกองทุนน้ำมัน ซึ่งในระยะหลังถูกใช้ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์และได้สร้างปัญหาผลกระทบที่ซับซ้อนมาก

3) การยกเลิกมาตรฐานน้ำมันยูโร 4 ที่สูงเกินความจำเป็นทำให้ค่าใช้จ่ายพลังงานเพิ่ม โดยเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานยูโร 2 แทน เช่นเดียวกันกลุ่มประเทศเออีซี

5.ปฏิรูประบบพลังงานหมุนเวียนพลังงานทางเลือก

1) มีประเด็นข้อเสนอในเรื่องการกระจายอำนาจการจัดการด้านพลังงานหมุนเวียนให้พื้นที่ระดับจังหวัดรับผิดชอบดำเนินการ ด้วยการออกเป็น พ.ร.บ.สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ตามร่างกฎหมายฉบับที่ผ่านฉันทามติจากเวทีสมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 3 มาแล้ว

2) นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และการจัดตั้งกรรมการอิสระด้านพลังงานหมุนเวียน ที่แยกจากกรรมการชุดที่ดูแลด้านพลังงานฟอสซิลอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมที่ยังไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องพลังงานไฟฟ้า พลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่นับวันจะมีความหลากหลาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท