posttoday
เอเชียปรับทิศฟื้นการผลิตมุ่งพึ่งบริโภคเลิกหวังส่งออก

เอเชียปรับทิศฟื้นการผลิตมุ่งพึ่งบริโภคเลิกหวังส่งออก

02 กรกฎาคม 2557

ปรับตัวดีดพุ่งขึ้นมาค่อนข้างแรงสำหรับดัชนีในตลาดหุ้นทั่วเอเชีย

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ปรับตัวดีดพุ่งขึ้นมาค่อนข้างแรงสำหรับดัชนีในตลาดหุ้นทั่วเอเชีย หลังได้อานิสงส์ข่าวดีจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตของหลายประเทศภายในภูมิภาคที่ส่งสัญญาณเปล่งประกายสดใส จนกลายเป็นปัจจัยบ่งชี้ทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจของเอเชียว่ามีแววฟื้นตัวและขยายตัวเติบโต

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ตัวเลขผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของหลายประเทศในเอเชียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกำลังสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตของเอเชียเริ่มเปลี่ยนทิศทางกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง หลังตกอยู่ในสภาวะซบเซามาหลายเดือนในช่วงครึ่งปีแรก

กระนั้น แนวโน้มทางบวกที่ดีขึ้นคราวนี้ ไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจทั่วโลกมีการฟื้นตัวแต่อย่างใด แต่เป็นผลพวงจากการที่ประชากรในแต่ละประเทศของเอเชียมีกำลังการบริโภคเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าของผู้บริโภคเพิ่ม กระทั่งส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวมให้เป็นไปในทางบวกนั่นเอง

ทั้งนี้ ฉู่ฮองบิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารเอชเอสบีซีจีน ระบุว่า เศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มจะเผยให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และกระแสดังกล่าวจะยังคงมีอยู่ต่อเนื่องยาวไปจนถึงปลายปี โดยนอกจากแรงหนุนจากผู้บริโภคแล้ว การลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนหลักที่ช่วยให้เศรษฐกิจเอเชียก้าวไปข้างหน้าได้

สำหรับประเทศที่มีทิศทางภาคการผลิตอยู่ในช่วงขาขึ้นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือจีนและญี่ปุ่น สองชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจหมายเลข 1 และ 2 ของเอเชีย โดยในเดือน มิ.ย. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ตัวชี้วัดกิจกรรมภาคการผลิตของประเทศหนึ่งๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ก่อนหน้าอย่างชัดเจน จนนักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังจากที่เศรษฐกิจสองประเทศในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในสภาพผันผวนจนคาดเดาได้ลำบากและวางใจได้ยาก

โดยดัชนีพีเอ็มไอ จีน ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 51 จุด นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งมากกว่าดัชนีพีเอ็มไอ มาร์กิต ของธนาคารเอชเอสบีซี ที่วัดพีเอ็มไอของจีนในเดือน มิ.ย. ว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ก่อนหน้าจาก 49.4 มาอยู่ที่ 50.7 ซึ่งแม้จะน้อยกว่าที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนวัดได้ แต่ผลรวมที่มากกว่า 50 ถือเป็นสัญญาณปิดท้ายครึ่งปีแรกที่ดีของเศรษฐกิจจีนว่าอย่างน้อยก็มีการฟื้นฟูขยายตัวขึ้นมาจากช่วงต้นปี

ขณะที่ดัชนีพีเอ็มไอของ ญี่ปุ่น หรือที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเจเอ็มเอ็มเอ ก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นแตะระดับที่ 51.5 จุด ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 51.1 และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนของแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ที่ดัชนีพีเอ็มไอปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประเทศที่มีการเติบโตไปในทำนองเดียวกันกับจีนและญี่ปุ่นก็คือ อินโดนีเซีย ชาติที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งดัชนีพีเอ็มไอปรับตัวเพิ่มขึ้นทุบสถิติสูงสุดรอบใหม่ โดยเป็นผลพวงจากกำลังการบริโภคในประเทศเป็นหลัก ท่ามกลางตัวเลขการส่งออกที่ยังคงอ่อนแอ

ส่วนกรณีของ อินเดีย ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศมีการเติบโตเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆ แต่ต่างกันตรงที่ว่าการเติบโตของอินเดียมาจากแรงขับเคลื่อนภายนอก คือ ภาคการผลิตขยายตัวเพราะคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมากกว่าปริมาณความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดย เฟรเดอริก นิวแมนน์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจเอเชียจากธนาคารเอชเอสบีซี สรุปว่า ทิศทางดังกล่าวน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจอินเดียฟื้นตัวได้ในระยะเวลาหนึ่ง

ความเคลื่อนไหวข้างต้นสวนทางกับ เกาหลีใต้ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย การส่งออกที่น่าผิดหวังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างน่าใจหายและน่าวิตก เพราะแม้การส่งออกจะหดตัวเช่นเดียวกับจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย แต่เกาหลีใต้ก็ไม่สามารถพึ่งพากำลังการบริโภคภายในประเทศเพื่อชดเชยและประคับประคองเศรษฐกิจเหมือนสองชาติข้างต้นได้ แถมรัฐบาลยังมีนโยบายลดการใช้จ่าย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ยิ่งน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากธนาคารเอชเอสบีซีระบุว่า ดัชนีพีเอ็มไอเกาหลีใต้ในเดือน มิ.ย. ปรับตัวลดลงเหลือ 48.4 จาก 49.5 ในเดือน พ.ค.ก่อนหน้า โดยนับเป็นตัวเลขที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่การส่งออกของประเทศในเดือน มิ.ย. แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% แต่ก็ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุนในผลสำรวจของรอยเตอร์สที่ระบุว่าเกาหลีใต้น่าจะส่งออกได้ที่ 5.1%

ต้องยอมรับว่าแนวโน้มทางบวกข้างต้นทำให้บรรยากาศตลาดหุ้นทั่วเอเชียเมื่อวันอังคารที่ 1 ก.ค. ในภาพรวมค่อนข้างเป็นไปในทางบวกตามไปด้วย ยกเว้นเกาหลีใต้ โดยดัชนีเอ็มซีเอสไอ เอเชีย แปซิฟิก มาตรวัดดัชนีตลาดทั่วเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะมีผลทำให้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 ดัชนีดังกล่าวปรับตัวขึ้นแล้ว 16% ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ดัชนีโทปิกซ์ของตลาดหุ้นโตเกียว ญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.08% หรือ 164.10 จุด มาอยู่ที่ 15,326 จุด ในช่วงปิดตลาด และดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.10% หรือ 2.05 จุด มาอยู่ที่ 2,050.38 จุด

เรียกได้ว่า กำลังการบริโภคภายในของประชาชนในแต่ละประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของหลายประเทศในเอเชีย และเป็นทิศทางสำคัญที่น่าจะทำให้รัฐบาลอีกหลายประเทศให้เร่งหันมาปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้มีการขยายตัวเติบโต ซึ่งรวมถึงการพัฒนาให้ยืนบนลำแข้งตนเอง แทนที่จะหวังพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียวเหมือนที่แล้วมา

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ แต่ละประเทศในเอเชียก็ยังคงมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ต้องพึงระวัง ในกรณีของ จีน คือภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องระวังเรื่องฟองสบู่ กับนโยบายการเงินที่ต้องการการปฏิรูปเพื่อให้การค้าขายด้วยสกุลเงินหยวนอิงตามราคากลไกตลาดมากขึ้น

สำหรับ ญี่ปุ่น การส่งออกที่ชะงักงันกลายเป็นปัญหาควบคู่กับนโยบายเก็บภาษีการขายของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของประเทศ ทว่านักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดหวังว่าการเดินหน้าใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางแห่งญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในการเดินหน้าขยายการลงทุนต่อไป

สำหรับ อินโดนีเซียและอินเดีย ก็คือการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขณะที่เกาหลีใต้ก็ต้องหันกลับมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้กระเตื้องขึ้นมาอีกครั้ง

ต้องยอมรับว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจของชาติพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและยุโรปที่ฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในเอเชียโดยหวังพึ่งพาการส่งออกได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เมื่อเทียบกับการเร่งเดินหน้าปรับเปลี่ยนโดยหันมาพึ่งการบริโภคภายใน ซึ่งเริ่มมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น

เหลือก็เพียงแต่ว่า รัฐบาลในชาติเอเชียที่เหลือจะเร่งปรับทิศทางปฏิรูปให้หันมาพึ่งพาตัวเองได้ทันหรือไม่และรวดเร็วเพียงใด

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย