
ยันคุมดัชนีราคาได้
อัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. สูงขึ้น 2.35% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2556 แต่เมื่อเทียบเดือน พ.ค. 2557 เงินเฟ้อลดลง 0.10% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ยครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) 2557 สูงขึ้น 2.23% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
อัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. สูงขึ้น 2.35% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2556 แต่เมื่อเทียบเดือน พ.ค. 2557 เงินเฟ้อลดลง 0.10% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ยครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) 2557 สูงขึ้น 2.23% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
“แนวโน้มราคาสินค้าน่าจะปรับตัวลดลงต่อจากนี้ หรือไม่มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการในการดูแลค่าครองชีพทั้งการตรึงราคาสินค้าเป็นระยะเวลา 6 เดือน การตรึงราคาก๊าซหุงต้มในราคาคงที่ของเดือน พ.ค. และการปรับลดราคาน้ำมันดีเซล 14 สตางค์/ลิตร ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการจัดงานมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ ส่งผลให้เงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลงมา”
อัมพวัน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์คาดการเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวสูงขึ้น 2.53% แบ่งเป็นเงินเฟ้อไตรมาส 3 สูงขึ้น 2.5% และไตรมาส 4 สูงขึ้น 2.56% เมื่อรวมกับเงินเฟ้อครึ่งปีแรกที่สูงขึ้น 2.23% จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั้งปีขยายตัวประมาณ 2.4% หรือเป็นไปตามกรอบที่กระทรวงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั้งปีจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 2.2-2.8%
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้ในช่วงหน้าหนาว คาดว่าจะไม่เกินกรอบตามสมมติฐานที่กระทรวงพาณิชย์คำนวณไว้ทั้งปี 95-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบปัจจุบันอยู่ที่ 107.92 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไม่น่าจะกระทบต่อเป้าหมายเงินเฟ้อมากนัก และเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อกับประเทศอาเซียนด้วยกัน พบว่า อัตราเงินเฟ้อไทยยังต่ำเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน โดยเฉลี่ยเงินเฟ้อในอาเซียนจะสูงเกิน 35%
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อของไทยไม่น่ากังวล โดยขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนกำลังซื้อและการบริโภคที่ยังต้องกระตุ้นต่อเนื่อง ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์กำลังอยู่ระหว่างการหารือและทบทวน เพื่อจัดทำกิจกรรมที่มุ่งเน้นในเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มการบริโภค ดูแลค่าครองชีพ โดยเตรียมจัดคาราวานจำหน่ายสินค้าราคาถูกร่วมกับผู้ประกอบการตามภูมิภาค 45 ครั้ง และเพิ่มตัวเลขการค้าตามแนวชายแดน
ด้าน สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 ปี 2557 พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันมีค่าเท่ากับ 56.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 43.7 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 54.7
ค่าดัชนีดังกล่าวถือว่าเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2556 โดยผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในทุกด้าน ทั้งผลประกอบการ ยอดขาย การลงทุน การจ้างงาน ต้นทุนประกอบการและการเปิดโครงการใหม่ เพราะเห็นว่าสถานการณ์การเมืองได้กลับคืนสู่ความสงบและมีการดำเนินการทางเศรษฐกิจหรือการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน
สำหรับดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือถึงเดือน ธ.ค. 2557 ประจำไตรมาส 2/2557 มีค่าเท่ากับ 67.3 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วที่มีค่าเท่ากับ 58.2 แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสเดียวกันของปี 2556 ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 67.4







