posttoday
ตร.ประสานต่างประเทศจับจักรภพ

ตร.ประสานต่างประเทศจับจักรภพ

01 กรกฎาคม 2557

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานส่งอัยการสูงสุดประสานต่างประเทศจับกุมจักรภพตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานส่งอัยการสูงสุดประสานต่างประเทศจับกุมจักรภพตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อวันที่1ก.ค.57 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมประเมินผลการปฏิบัติการ และกำหนดนโยบายร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวหลังประชุมว่ สิ่งแรกที่มีการพูดคุยกันนอกจากการกำหนดยุทธวิธีและการใช้กำลังปรับลดหรือไม่ โดยในส่วนของการชุมนุมมีการพูดคุยกันว่าหากมีการชุมนุมแสดงออกทางการเมือง หรือแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน คสช. ซึ่งเหตุการณ์หน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ช่วยราชการรองผบช.น. ได้อยู่ในเหตุการณ์และประเมินว่า ที่มีชายมายื่นหนังสือหรือมาพูดในเชิงลักษณะต่อต้านการดำเนินการของสหรัฐอเมริกาไม่เข้าข่ายกิจกรรมทางการเมือง เพราะไม่ได้แสดงกิจกรรมที่แสดงว่าต่อต้าน คสช. แต่มีข่าวในโซเชียลมีเดียว่า การกระทำของตำรวจนั้น 2 มาตรฐาน เพราะคนที่มาแสดงออกสนับสนุน คสช. และไม่เห็นด้วยกับสหรัฐอเมริกา

"เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากจำได้ก่อนหน้านี้มีผู้มาให้ดอกไม้และยื่นหนังสือไปที่สถานทูตออสเตรเลีย เนื่องจากประเทศออสเตรเลียออกมาไม่เห็นด้วยกับ คสช. ซึ่งวันนั้นตำรวจก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน วันนั้นมีคนมากกว่า 4-5 คน แต่เห็นว่าการมาแสดงออกไม่ได้มาคัดค้าน คสช. จึงไม่ใช่แสดงออกทางการเมือง หากวันข้างหน้าที่บุคคลหรือกลุ่มคนมาแสดงสัญลักษณ์อีก ก็จะพิจารณาว่าเข้าข่ายคัดค้าน ต่อต้านรัฐ หรือคสช.หรือไม่  แต่หากเป็นอย่างอื่นที่ไม่ขัดคสช.หรือกฎหมายก็จะไม่ดำเนินการ  ที่จะบอกว่าตำรวจ ทหารเลือกปฏิบัตินั้นไม่มี"พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า อีกส่วนคือ นโยบายของหัวหน้า คสช.ที่เน้นและฝากทุกครั้งที่มีการประชุมเรื่องความมั่นคง คือ ให้ปฏิบัติกับผู้เห็นต่าง โดยให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง หากเป็นไปได้ให้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารหญิงในการควบคุมตัวหรือจับกุม โดยให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุม ก่อนให้ควบคุมตัวมาทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ โดยย้ำว่าให้ตำรวจและทหารเร่งรัดบุคคลตามหมายจับที่มีการออกหมายจับไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ขัดคำสั่ง คสช. หรือมีการออกหมายจับในคดีอื่นๆ โยให้ดำเนินคดีกับทุกคดี ทุกข้อหา ไม่ให้เลือกปฏิบัติกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อให้เสมอภาคทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของกลุ่มต่อต้านมีแนวโน้มอย่างไร พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่า กลุ่มต่อต้าน แต่เป็นกลุ่มความคิดเห็นต่าง ที่ต้องการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งฝากว่าการแสดงออกนั้น หากผิดหรือขัดกฎหมายก็ต้องดำเนินการต่อไป โดยตนก็ยังรอรับรูปที่มีคนถ่ายภาพส่งมาให้ตนอยู่ ภาพละ 500 บาท

ถามว่ากรณีนายจักรภพ เพ็ญแข  จะมีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า นายจักรภพ มีหมายจับแรกคือ หมายจับ พื้นที่ สน.สามเสน เหตุเกิดเมื่อ 20 ก.ค. 2550 เหตุเกิดหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ และพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง  ขั้นตอนต่อไปคือพนักงานสอบสวนจะรวบรวมส่งเรื่องให้กองการต่างประเทศเพื่อแปล จากนั้นกองการต่างประเทศจะส่งข้อมูลไปที่อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดจะส่งต่อไปที่กองการต่างประเทศดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนที่ตำรวจออกหมายจับนายจักรภพ เรื่องเกี่ยวข้องกับการมีอาวุธสงคราม หรือจัดหาอาวุธสงครามนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อผ่านสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า การออกหมายจับ พล.ท.มนัส  เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ที่เชื่อมโยงกับชายชุดดำก่อเหตุเมื่อปี 2553 พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า  ในส่วนของ พล.ท.มนัส มีการออกหมายจับแล้ว การสอบสวนก็ดำเนินการไป ส่วนจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป. เปิดเผยว่า  ศาลทหารกรุงเทพ ออกหมายจับ นายสมเจตน์ หรือสม คงวัฒนะ ข้อหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 77/2557และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 59/2557 โดยแต่เดิมเป็นผู้ต้องหาถูกจับกุมคดีอาวุธสงครามที่ สภ.วังน้อย รับผิดชอบ แต่ภายหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้โอนให้คณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่งที่ 320/2557 เรื่องการมอบหมายให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ดูแลงานความมั่นคง รับผิดชอบดูแลงานสอบสวนคดีอาญาที่เกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงที่ พล.ต.อ.สมยศ รับผิดชอบอยู่นั้นมีทั้งหมด 28 คดี โดยสั่งการมอบคดีดังกล่าวให้คณะพนักงานสอบสวนประกอบด้วย บช.น. บช.ภ.1บช.ภ.2 บช.ภ.4 บก.ป. สอบสวนผู้ต้องหาเพื่อหาความเชื่อมโยงว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีอาวุธสงครามอื่นๆ ต่อไป 
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท