
คสช.เขย่าสพฐ.-สกอ.วางนโยบายศึกษายุครักชาติ
และแล้วก็ถึงคราวของกระทรวงศึกษาฯ...
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
และแล้วก็ถึงคราวของกระทรวงศึกษาฯ...
คำสั่งฟ้าผ่าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ว่าจะเป็นการย้าย อภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปเป็นที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการ กพฐ. ขึ้นเป็นเลขาธิการ กพฐ.แทน
กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นเลขาธิการ กกอ. แทนทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
การโยกย้ายครั้งนี้ เป็นการจัดแถวการบริหารงานในกระทรวงที่มีงบประมาณสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดิมมี อภิชาติ รั้งตำแหน่งเลขาฯ อภิชาติมีภาพข้าราชการนักบริหารรุ่นเก๋า แม่นหลักการ บริหารได้ทุกสำนักใน ศธ. เคยผ่านตำแหน่งสำคัญตั้งแต่ผู้ตรวจราชการ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปลัด ศธ. เลขาฯ กกอ. และล่าสุดเลขาฯ กพฐ.
อย่างไรก็ดี เก้าอี้ 2 ตัวสุดท้าย กลับทำให้ชื่อของ อภิชาติ ถูกตั้งแง่ในเรื่องผลงาน
ระหว่างดำรงตำแหน่ง เลขาฯ กกอ. ต้องดูแลมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อภิชาติถูกมองว่าย้ายไปรับตำแหน่งที่ไม่ถนัด
งานส่วนใหญ่หรือแม้แต่การแถลงข่าวสำคัญๆ จึงถูกมอบหมายให้กับ นพ.กำจร รองเลขาฯ กกอ. ในขณะนั้นรับหน้าเสื่อแทน
เมื่อฤดูโยกย้ายข้าราชการ ช่วงเดือน ต.ค. 2556 มาถึง อภิชาติถูกย้ายกลับมา ศธ.ในตำแหน่งเลขาฯ กพฐ. แต่เมื่อรับตำแหน่งได้ไม่นานนัก ก็อดไม่ได้ที่จะถูกเปรียบเทียบฝีมือกับ ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาฯ กพฐ. ที่เกษียณอายุราชการไปในเดือนเดียวกัน และค่อนข้างจะเห็นตรงกันว่าคะแนนของอภิชาติสู้ชินภัทรไม่ได้
สื่อมวลชนรั้วเสมาแทบทุกสำนัก ต่างยกให้อภิชาติเป็นบุคคลที่เข้าถึงยาก จนทำให้หน่วยงานซึ่งเป็นแก่นแกนสำคัญของ ศธ.แทบไม่มีข่าวกล่าวถึง โดยเฉพาะจากธรรมเนียมเดิมที่เคยจัดให้มีการประชุมผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ในสังกัด สพฐ. เป็นประจำทุกวันอังคาร พร้อมทั้งจัดให้มีการแถลงข่าว เปิดโอกาสให้สื่อซักถาม เมื่อธรรมเนียมดังกล่าวถูกปรับลดให้เป็นการประชุมตามวาระสำคัญเท่านั้น ข่าวก็น้อยลงตามไปด้วย
เป็นที่น่าสังเกตว่า หลัง คสช.เข้ายึดอำนาจ บทบาทในฐานะเลขาฯ กพฐ.ก็ยังไม่ชัดเจนเข้าตานัก งานประชุมร่วมกับ คสช.มีชื่อของอภิชาติเข้าประชุมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่เหลือเป็นการมอบอำนาจให้ กมล เลขาฯ กพฐ.คนปัจจุบัน เป็นผู้เข้าประชุมและนำเสนอความคืบหน้าแต่ละเรื่อง
กมลเข้าประชุมกับฝ่ายสังคมจิตวิทยาของ คสช.ทุกครั้ง โดยเข้าชี้แจงการดำเนินงานของ สพฐ.รายงานความคืบหน้าในมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการตามนโยบายที่มอบหมายเป็นการบ้านไว้ โดยมีความคืบหน้าที่รวดเร็ว และอธิบายกลไกการทำงานแต่ละเรื่องได้อย่างละเอียด เพราะกมลนั้นผ่านงานในสำนักนโยบายของ สพฐ.มาก่อน จึงทราบระบบการทำงานของหน่วยงานนี้เป็นอย่างดี
สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คำสั่งย้ายครั้งนี้สร้างความประหลาดใจในแวดวงการศึกษา ขณะที่การโยกย้ายทศพรซึ่งเคยถูกมองว่าถูกย้ายมารับตำแหน่งเลขาฯ กกอ. เพราะมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การย้ายทศพรมาจากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ เป็นเรื่องที่ไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ทั้งๆ ที่งานของ สกอ. ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานของมหาวิทยาลัยทั้งประเทศ เป็นงานที่ต้องการคนรู้งานนั่งหัวโต๊ะ
“การย้ายตอนนั้นถูกนักวิชาการด้านการศึกษาเรื่องความเหมาะสม ตำแหน่งเลขาฯ กกอ.นั้นอยู่ในเครื่องหมายคำถามและเห็นว่าเป็นผลพวงจากการเมืองในรัฐบาลชุดที่แล้ว ประกอบกับงานใน ศธ.ที่ต้องขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วตามแผนที่วางไว้ และสอดคล้องกัน สพฐ.นั้นต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้ชัดเจน สกอ.นั้นต้องเร่งจัดการเรื่องธุรกิจอุดมศึกษาที่ผลิตคนไม่ได้มาตรฐาน ทั้งสองหน่วยงานต่างมีส่วนชัดเจนในการสร้างมาตรฐานทรัพยากรบุคคลในอนาคต” สมพงษ์ ระบุ
การปรับทั้งสองตำแหน่ง เป็นเรื่องของการวางแผนบนแนวคิดการวางรากฐานของประเทศโดยจัดการระบบการศึกษาของประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่รากฐานในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับมหาวิทยาลัยซึ่งถือเป็นมันสมองของชาติ
อย่างไรก็ดี หลังจากวางตำแหน่งคนนั่งหัวโต๊ะใหม่ สิ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะได้เห็นในอนาคตก็ยังคงเป็นเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ เป็นแผนระยะยาวที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยหวังอีกว่าจะปราศจากปัญหาการเมืองเข้ามาแทรกแซง







